ญี่ปุ่นล่าวาฬได้น้อยสุดเป็นประวัติการณ์

ญี่ปุ่นปิดฉากฤดูล่าวาฬ ด้วยการจับวาฬได้น้อยสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 34 ตัว อ้างเหตุสภาพอากาศย่ำแย่และการก่อกวนจากนักเคลื่อนไหว
สำนักการประมงญี่ปุ่นเปิดเผยว่า การล่าวาฬ "เพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์" ในปีนี้ เริ่มขึ้นระหว่างวันที่ 18 เมษายน ถึง 3 มิถุนายน โดยชาวประมงญี่ปุ่น สามารถจับวาฬทวนเล็ก หรือ วาฬมิงกี้ ตัวผู้ 17 ตัว และตัวเมีย 17 ตัว แถบตะวันตกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก ถือเป็นการจับวาฬได้น้อยสุด นับแต่ญี่ปุ่นเริ่มโครงการนี้ ในปี 2546
เจ้าหน้าที่สำนักการประมง ระบุด้วยว่า สาเหตุที่ทำให้จับวาฬได้น้อยเป็นเพราะสภาพอากาศที่ย่ำแย่ มีหมอกหนา หรือลมแรงอยู่บ่อยครั้ง และว่า วาฬหลายตัวในฤดูใบไม้ผลิปีนี้ ตัวเล็กลงกว่าที่พบในปีก่อนๆ
ทั้งนี้ การล่าวาฬของญี่ปุ่น โดยเฉพาะการล่าวาฬประจำปีในแถบมหาสมุทรทางขั้วโลกใต้ โดนรัฐบาลประเทศต่างๆ และนักเคลื่อนไหววิจารณ์อย่างหนักมานานหลายปี แต่รัฐบาลญี่ปุ่นก็ได้ออกมาตอบโต้เสียงวิจารณ์นี้ พร้อมระบุว่า การบริโภคเนื้อวาฬ เป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมการบริโภคอาหารของญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นอ้างด้วยว่า ต้องล่าวาฬเพื่อนำมาศึกษา ส่วนหนึ่งของความพยายามโดยสถาบันวิจัยวาฬญี่ปุ่น เพื่อพิสูจน์ว่า วาฬมีจำนวนมากพอสำหรับการล่าเชิงพาณิชย์ในระยะยาว
ทางด้านสำนักข่าวเกียวโด รายงานว่า ตัวอย่างเนื้อเยื่อส่วนท้องของปลาวาฬที่จับได้ในอ่าวเซนไดแสดงให้เห็นว่าอาหารที่วาฬกินส่วนใหญ่เป็นปลาไหลทรายเล็ก มากกว่าปลาไหลทรายโตเต็มวัย ซึ่งเป็นอาหารหลักที่บริโภคในอดีต
ญี่ปุ่นยังกล่าวโทษกการจับวาฬได้น้อยสุดเป็นประวัติการณ์ว่า เป็นผลมาจาก "การเจตนาก่อกวนอย่างไม่น่าให้อภัย" ของกลุ่มนักเคลื่อนไหวต่อต้านการล่าวาฬ ที่โจมตีญี่ปุ่นว่า นำวิทยาศาสตร์มาเป็นข้ออ้างบังหน้าการล่าวาฬ เพื่อการบริโภค







