วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

จับตา ‘นายกฯ แคนาดา’ เยือนจีน ท่ามกลางสัมพันธ์กับสหรัฐสั่นคลอน

จับตา ‘นายกฯ แคนาดา’ เยือนจีน ท่ามกลางสัมพันธ์กับสหรัฐสั่นคลอน

จับตา มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดาเยือนจีน คาดเตรียมหารือการค้าและความมั่นคงระหว่างประเทศ ท่ามกลางความสัมพันธ์กับสหรัฐสั่นคลอน

มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ออกเดินทางเยือนจีน ในวันอังคาร (12 ม.ค.) เพื่อหารือการค้าและความมั่นคงระหว่างประเทศ ในช่วงเวลาที่แคนาดาเผชิญกับความสัมพันธ์ที่ไม่แน่นอนกับสหรัฐ เนื่องจากสงครามการค้าและคำขู่ผนวกดินแดนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

การเดินทางครั้งนี้จะเป็นการเยือนจีนครั้งแรกของนายกฯ แคนาดานับตั้งแต่ปี 2017 และอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ขณะที่แคนาดาพยายามหาพันธมิตรด้านการค้าและความมั่นคงใหม่

สำนักข่าวรายงานว่า คาร์นีย์ได้ตอบรับคำเชิญเยือนจีนเมื่อเดือน ต.ค. ในตอนที่เขาได้พบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนในเกาหลีใต้ การพบปะครั้งนั้นไม่ได้มีความก้าวหน้าครั้งสำคัญ แต่ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพในการกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น หลังจากความสัมพันธ์จีน-แคนาดาตึงเครียด ภายใต้การนำของอดีตนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด เมื่อแคนาดาจับกุมประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของบริษัทหัวเว่ยของจีนในปี 2018

สำหรับการเยือนจีนครั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า สองประเทศอาจบรรลุข้อตกลงบางอย่าง หรืออย่างน้อยอาจให้คำมั่นสัญญาในข้อตกลงอนาคต เจ้าหน้าที่ระดับสูงของแคนาดากล่าวว่า คาร์นีย์จะลงนามบันทึกความเข้าใจหลายฉบับที่ยังอยู่ระหว่างการหารือ

ด้านเกร็ก แมคอีเชิร์น อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีอาวุโสของพรรคเสรีนิยมคาดหวังว่า การเดินทางครั้งนี้จะให้ผลลัพธ์ที่มากกว่าแค่บ่งบอกเชิงสัญลักษณ์

“เมื่อนายกรัฐมนตรีได้รับเชิญไปเยือนจีน นั่นไม่ใช่เพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์” แมคอีเชิร์น กล่าว และเสริมว่า วอชิงตันจะจับตาการเดินทางครั้งนี้อย่างใกล้ชิด

“เรื่องนี้มีความเสี่ยงทางการเมืองที่อาจทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่พอใจ แต่แสดงให้เห็นชัดเจนว่านายกรัฐมนตรีคาร์นีย์ต้องการส่งสัญญาณว่าแคนาดาพร้อมเปิดรับการลงทุน และรัฐบาลแคนาดาได้คำนวณแล้วว่ามันคุ้มค่า”

จับตาดีลการค้าแคนาดา-จีน

แหล่งข่าวรายหนึ่งเผยว่า การทำข้อตกลงระหว่างสองประเทศอาจรวมการส่งออกน้ำมันดิบแคนาดาไปยังจีน เมื่อสหรัฐมีแผนการนำเข้าน้ำมันจากเวเนซุเอลาเพิ่มขึ้นอาจทำให้ความต้องการน้ำมันจากแคนาดาลดลงได้

อนึ่ง แคนาดาส่งออกน้ำมัน 90% ไปยังสหรัฐ

เจ้าหน้าที่แคนาดาอาวุโส คาดว่าจะมีความคืบหน้าระหว่างแคนาดาและจีน แต่ยังไม่ถึงขั้นที่จีนจะยกเลิกภาษีน้ำมันพืชคาโนลาของแคนาดาในการเยือนครั้งนี้

ด้านกระทรวงการต่างประเทศจีนเผยว่า จีนหวังจะกระชับความไว้วางใจซึ่งกันและกันกับแคนาดาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในการเยือนระหว่างวันที่ 14-17 มกราคมนี้

ลีเน็ตต์ ออง ศาสตราจารย์ด้านการเมืองจีน จากมหาวิทยาลัยโตรอนโต กล่าวว่า “ทั้งแคนาดาและจีนต่างต้องการแสดงให้เห็นถึงเจตนาที่ดีของตน ดังนั้นแต่ละฝ่ายจึงจำเป็นต้องยอมเสียสละบางสิ่งบางอย่าง”

เมื่อเดือน ส.ค. ปีก่อน จีนประกาศใช้มาตรการภาษีต่อต้านการทุ่มตลาดกับน้ำมันพืชคาโนลาที่นำเข้าจากแคนาดา ซึ่งถือเป็นการยกระดับข้อพิพาททางการค้าที่ยืดเยื้อมานานกว่าหนึ่งปี โดยเริ่มต้นมาจากการที่ออตตาวาเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจีนในปีก่อนหน้า 

มาตรการภาษีดังกล่าวส่งผลให้การส่งออกคาโนลาไปจีนหยุดชะงักลงเกือบทั้งหมด ซึ่งก่อนหน้านี้จีนเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของตลาดน้ำมันพืชคาโนลาแคนาดา

ดั๊ก ฟอร์ด มุขมนตรีแห่งรัฐออนแทรีโอ ซึ่งเป็นรัฐที่มีประชากรมากที่สุดและเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ของแคนาดา เรียกร้องให้คาร์นีย์อย่า “อ่อนข้อ” และว่า ควรยกเลิกภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าก็ต่อเมื่อจีนเปิดโรงงานผลิตในรัฐออนแทรีโอเท่านั้น

ด้านโคลิน ฮอร์นบี หัวหน้ากลุ่มเกษตรกรคีย์สโตน แอกริคัล โปรดิวเซอร์ส ในรัฐแมนิโทบา กล่าวว่า เขาไม่คาดหวังว่าแคนาดาจะบรรลุข้อตกลงเพื่อให้จีนยกเลิกภาษีนำเข้าน้ำมันพืชคาโนลาในระหว่างการเยือนครั้งนี้ แต่ก็มองในแง่ดีว่าอาจมีบางอย่างเกิดขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์หรือหลายเดือนข้างหน้า

ระวังข้ามเส้นเกินไป

วินา นัดจิบูลลา รองประธานมูลนิธิเอเชียแปซิฟิกแห่งแคนาดา เตือนว่า การร่วมมือกับจีนในภาคส่วนต่างๆ มากขึ้น เช่น ปัญญาประดิษฐ์และแร่ธาตุสำคัญ อาจเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของแคนาดาได้

ก่อนหน้านี้แคนาดาได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในจีน รวมถึงการกักขังจิมมี่ ไล่ เจ้าพ่อสื่อสนับสนุนประชาธิปไตย การประหารชีวิตชาวแคนาดา 4 คนอย่างลับๆ ในจีนเมื่อปีที่แล้ว และการแทรกแซงการเลือกตั้งของแคนาดาในอดีต

เชือก กวัน ประธานร่วมสมาคมเพื่อประชาธิปไตยในจีนประจำโตรอนโต หวังว่าแคนาดาจะไม่ “ตกหลุมพรางการเอาใจจีนเพียงเพื่อหวังจะได้ข้อตกลงทางการค้าทวิภาคี”

โจเซฟ โทริเกียน ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองจีน จากมหาวิทยาลัยอเมริกัน กล่าวว่า แผนการของจีนที่จะต้อนรับคาร์นีย์ที่มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง ได้เรียกได้ว่าเป็นอาคารรัฐบาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศ อาจเป็นส่วนหนึ่งของ “กลยุทธ์สร้างความประทับใจ”

โทริเกียนตั้งข้อสังเกตว่า จีนอาจกำลังพยายามขัดเกลาภาพลักษณ์ในเวทีโลกหลังจากที่สหรัฐจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลาเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา โดยคาดว่าจีนอาจหยิบยกประเด็นความไม่น่าเชื่อถือของสหรัฐในฐานะพันธมิตร และความอันตรายของสหรัฐขึ้นมากล่าว และจีนจะแสดงบทบาทยินดีช่วยเหลือแคนาดาในการขยายความสัมพันธ์ทางการค้านอกภูมิภาค หากแคนาดายินดีให้ความร่วมมือ