จับตา ‘นายกฯ แคนาดา’ เยือนจีน ท่ามกลางสัมพันธ์กับสหรัฐสั่นคลอน

จับตา มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดาเยือนจีน คาดเตรียมหารือการค้าและความมั่นคงระหว่างประเทศ ท่ามกลางความสัมพันธ์กับสหรัฐสั่นคลอน
มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ออกเดินทางเยือนจีน ในวันอังคาร (12 ม.ค.) เพื่อหารือการค้าและความมั่นคงระหว่างประเทศ ในช่วงเวลาที่แคนาดาเผชิญกับความสัมพันธ์ที่ไม่แน่นอนกับสหรัฐ เนื่องจากสงครามการค้าและคำขู่ผนวกดินแดนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
การเดินทางครั้งนี้จะเป็นการเยือนจีนครั้งแรกของนายกฯ แคนาดานับตั้งแต่ปี 2017 และอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ขณะที่แคนาดาพยายามหาพันธมิตรด้านการค้าและความมั่นคงใหม่
สำนักข่าวรายงานว่า คาร์นีย์ได้ตอบรับคำเชิญเยือนจีนเมื่อเดือน ต.ค. ในตอนที่เขาได้พบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนในเกาหลีใต้ การพบปะครั้งนั้นไม่ได้มีความก้าวหน้าครั้งสำคัญ แต่ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพในการกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น หลังจากความสัมพันธ์จีน-แคนาดาตึงเครียด ภายใต้การนำของอดีตนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด เมื่อแคนาดาจับกุมประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของบริษัทหัวเว่ยของจีนในปี 2018
สำหรับการเยือนจีนครั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า สองประเทศอาจบรรลุข้อตกลงบางอย่าง หรืออย่างน้อยอาจให้คำมั่นสัญญาในข้อตกลงอนาคต เจ้าหน้าที่ระดับสูงของแคนาดากล่าวว่า คาร์นีย์จะลงนามบันทึกความเข้าใจหลายฉบับที่ยังอยู่ระหว่างการหารือ
ด้านเกร็ก แมคอีเชิร์น อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีอาวุโสของพรรคเสรีนิยมคาดหวังว่า การเดินทางครั้งนี้จะให้ผลลัพธ์ที่มากกว่าแค่บ่งบอกเชิงสัญลักษณ์
“เมื่อนายกรัฐมนตรีได้รับเชิญไปเยือนจีน นั่นไม่ใช่เพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์” แมคอีเชิร์น กล่าว และเสริมว่า วอชิงตันจะจับตาการเดินทางครั้งนี้อย่างใกล้ชิด
“เรื่องนี้มีความเสี่ยงทางการเมืองที่อาจทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่พอใจ แต่แสดงให้เห็นชัดเจนว่านายกรัฐมนตรีคาร์นีย์ต้องการส่งสัญญาณว่าแคนาดาพร้อมเปิดรับการลงทุน และรัฐบาลแคนาดาได้คำนวณแล้วว่ามันคุ้มค่า”
จับตาดีลการค้าแคนาดา-จีน
แหล่งข่าวรายหนึ่งเผยว่า การทำข้อตกลงระหว่างสองประเทศอาจรวมการส่งออกน้ำมันดิบแคนาดาไปยังจีน เมื่อสหรัฐมีแผนการนำเข้าน้ำมันจากเวเนซุเอลาเพิ่มขึ้นอาจทำให้ความต้องการน้ำมันจากแคนาดาลดลงได้
อนึ่ง แคนาดาส่งออกน้ำมัน 90% ไปยังสหรัฐ
เจ้าหน้าที่แคนาดาอาวุโส คาดว่าจะมีความคืบหน้าระหว่างแคนาดาและจีน แต่ยังไม่ถึงขั้นที่จีนจะยกเลิกภาษีน้ำมันพืชคาโนลาของแคนาดาในการเยือนครั้งนี้
ด้านกระทรวงการต่างประเทศจีนเผยว่า จีนหวังจะกระชับความไว้วางใจซึ่งกันและกันกับแคนาดาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในการเยือนระหว่างวันที่ 14-17 มกราคมนี้
ลีเน็ตต์ ออง ศาสตราจารย์ด้านการเมืองจีน จากมหาวิทยาลัยโตรอนโต กล่าวว่า “ทั้งแคนาดาและจีนต่างต้องการแสดงให้เห็นถึงเจตนาที่ดีของตน ดังนั้นแต่ละฝ่ายจึงจำเป็นต้องยอมเสียสละบางสิ่งบางอย่าง”
เมื่อเดือน ส.ค. ปีก่อน จีนประกาศใช้มาตรการภาษีต่อต้านการทุ่มตลาดกับน้ำมันพืชคาโนลาที่นำเข้าจากแคนาดา ซึ่งถือเป็นการยกระดับข้อพิพาททางการค้าที่ยืดเยื้อมานานกว่าหนึ่งปี โดยเริ่มต้นมาจากการที่ออตตาวาเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจีนในปีก่อนหน้า
มาตรการภาษีดังกล่าวส่งผลให้การส่งออกคาโนลาไปจีนหยุดชะงักลงเกือบทั้งหมด ซึ่งก่อนหน้านี้จีนเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของตลาดน้ำมันพืชคาโนลาแคนาดา
ดั๊ก ฟอร์ด มุขมนตรีแห่งรัฐออนแทรีโอ ซึ่งเป็นรัฐที่มีประชากรมากที่สุดและเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ของแคนาดา เรียกร้องให้คาร์นีย์อย่า “อ่อนข้อ” และว่า ควรยกเลิกภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าก็ต่อเมื่อจีนเปิดโรงงานผลิตในรัฐออนแทรีโอเท่านั้น
ด้านโคลิน ฮอร์นบี หัวหน้ากลุ่มเกษตรกรคีย์สโตน แอกริคัล โปรดิวเซอร์ส ในรัฐแมนิโทบา กล่าวว่า เขาไม่คาดหวังว่าแคนาดาจะบรรลุข้อตกลงเพื่อให้จีนยกเลิกภาษีนำเข้าน้ำมันพืชคาโนลาในระหว่างการเยือนครั้งนี้ แต่ก็มองในแง่ดีว่าอาจมีบางอย่างเกิดขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์หรือหลายเดือนข้างหน้า
ระวังข้ามเส้นเกินไป
วินา นัดจิบูลลา รองประธานมูลนิธิเอเชียแปซิฟิกแห่งแคนาดา เตือนว่า การร่วมมือกับจีนในภาคส่วนต่างๆ มากขึ้น เช่น ปัญญาประดิษฐ์และแร่ธาตุสำคัญ อาจเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของแคนาดาได้
ก่อนหน้านี้แคนาดาได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในจีน รวมถึงการกักขังจิมมี่ ไล่ เจ้าพ่อสื่อสนับสนุนประชาธิปไตย การประหารชีวิตชาวแคนาดา 4 คนอย่างลับๆ ในจีนเมื่อปีที่แล้ว และการแทรกแซงการเลือกตั้งของแคนาดาในอดีต
เชือก กวัน ประธานร่วมสมาคมเพื่อประชาธิปไตยในจีนประจำโตรอนโต หวังว่าแคนาดาจะไม่ “ตกหลุมพรางการเอาใจจีนเพียงเพื่อหวังจะได้ข้อตกลงทางการค้าทวิภาคี”
โจเซฟ โทริเกียน ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองจีน จากมหาวิทยาลัยอเมริกัน กล่าวว่า แผนการของจีนที่จะต้อนรับคาร์นีย์ที่มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง ได้เรียกได้ว่าเป็นอาคารรัฐบาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศ อาจเป็นส่วนหนึ่งของ “กลยุทธ์สร้างความประทับใจ”
โทริเกียนตั้งข้อสังเกตว่า จีนอาจกำลังพยายามขัดเกลาภาพลักษณ์ในเวทีโลกหลังจากที่สหรัฐจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลาเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา โดยคาดว่าจีนอาจหยิบยกประเด็นความไม่น่าเชื่อถือของสหรัฐในฐานะพันธมิตร และความอันตรายของสหรัฐขึ้นมากล่าว และจีนจะแสดงบทบาทยินดีช่วยเหลือแคนาดาในการขยายความสัมพันธ์ทางการค้านอกภูมิภาค หากแคนาดายินดีให้ความร่วมมือ







