วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยูเอ็นดันธุรกิจรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม

ผู้นำโลกแนะบริษัทขนาดใหญ่ รายงานผลกระทบจากการดำเนินงานของบริษัทต่อสิ่งแวดล้อม นอกเหนือจากการรายงานรายได้

คณะผู้นำ 27 คนที่นำโดยนายกรัฐมนตรีเดวิด แคเมรอนแห่งอังกฤษ ประธานาธิบดีสุสิโล บัมบัง ยูโดโยโนแห่งอินโดนีเซีย และประธานาธิบดีเอ็ลเล็น จอห์นสัน เซอร์ลีฟแห่งไลบีเรีย กล่าวว่า การชะลอภาวะโลกร้อน และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ควรเป็นประเด็นหลักในการพัฒนาของประเทศต่างๆ ตามแผนการของสหประชาชาติ ซึ่งต้องการผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจและลดความยากจนให้ได้ภายในปี 2573

รายงานระบุว่า ภาวะโลกร้อนจะกำหนดทิศทางว่าประเทศต่างๆ สามารถผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจและลดความยากจนได้หรือไม่ โดยหากปราศจากการปกป้องสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ก็ไม่สามารถขจัดความยากจนได้ เนื่องจากคนจนได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ และพึ่งพาแผ่นดินและผืนน้ำในการดำรงชีพ

รายงานดังกล่าวแนะนำให้กำหนดเป้าหมาย 12 ข้อเพื่อทดแทนเป้าหมายการพัฒนาสหัสวรรษแปดข้อที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้นำโลกเมื่อปี 2543 โดยเป้าหมายใหม่ที่มีการนำเสนอ รวมถึงการระบุว่าธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าในตลาดหลักทรัพย์เกินกว่า 100 ล้านดอลลาร์ ต้องรายงานผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม นอกเหนือจากการรายงานผลประกอบการ โดยปัจจุบันมีธุรกิจเพียง 1 ใน 4 ที่รายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

เมื่อปีที่แล้ว อังกฤษเป็นชาติแรกที่บังคับให้บริษัทยักษ์ใหญ่ ตีพิมพ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงไปในรายงานผลประกอบการของบริษัทด้วย โดยข้อกำหนดนี้ใช้กับ 1,800 บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน