ผู้จัดการกองทุนของญี่ปุ่น คาดเงินเยนไม่มีแนวโน้มจะอ่อนค่าลงถึง 110 เยนต่อดอลลาร์ เพราะแนวโน้มเศรษฐกิจโลกยังไม่ชัดเจน
นายยูกิ ซากูไร หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารและประธานฟูโกกุแคปิตอลแมเนจเมนต์ซึ่งดูแลสินทรัพย์ 16,000 ล้านดอลลาร์ ระบุว่าสถานภาพของเงินเยนในฐานะสกุลเงินที่เป็นแหล่งหลบภัย อาจมีทิศทางที่เปลี่ยนไปหลังจากอ่อนค่าลง 20% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ หากมีสัญญาณอย่างการขยายตัวในจีนชะลอตัวลง การฟื้นตัวในสหรัฐไม่สม่ำเสมอ และความวุ่นวายในยูโรโซนยังไม่ยุติ
นายซากูไรคาดว่าเงินเยนจะอยู่ที่ระดับประมาณ 97-98 เยนต่อดอลลาร์ในระยะนี้ และไม่เชื่อว่าการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนจะเอื้อประโยชน์ต่อบริษัทญี่ปุ่น เพราะภาคธุรกิจวิตกเกี่ยวกับความผันผวน มากกว่าการแข็งหรืออ่อนค่าของเงินเยน โดยช่วงบ่ายวันจันทร์ (22 เม.ย.) ค่าเงินเยนอยู่ที่ 99.63 ท่ามกลางการคาดหมายว่าจะทะลุระดับ 100 เยนเร็วๆ นี้
นายซากูไรชี้ว่าภาคธุรกิจต้องการให้ค่าเงินมีเสถียรภาพ และไม่เชื่อว่าเงินเยนที่อ่อนค่าจะช่วยหนุนเศรษฐกิจญี่ปุ่น เพราะผู้ผลิตหลายรายย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศเพื่อรับมือเงินเยนแข็งค่า
เขามองว่าผลกระทบแง่บวกประการหนึ่งจากการอ่อนค่าของเงินเยนอาจเป็นในแง่จิตวิทยา และเขาคิดว่านายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ กำลังพยายามส่งสัญญาณนี้ไปยังคนญี่ปุ่น โดยนายอาเบะทราบดีว่าการอ่อนค่าของเงินเยนไม่เกี่ยวโยงโดยตรงถึงความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของประเทศ แต่เขาต้องการส่งสารไปยังประชาชนว่าเศรษฐกิจกำลังจะฟื้นตัว และเขาสามารถเปลี่ยนแปลงทิศทางของเศรษฐกิจได้
นายซากูไรคาดว่าดัชนีนิกเคอิจะไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปัจจุบันมากนัก ไปจนกระทั่งเดือนก.ค. ท่ามกลางการคาดหมายว่านายอาเบะจะชนะการเลือกตั้งสภาสูงที่จะมีขึ้นเดือนก.ค. โดยเมื่อวานนี้ (22 เม.ย.) ดัชนีนิกเคอิพุ่งขึ้น 1.89% ปิดตลาดที่ระดับ 13,568.37 อันเป็นระดับสูงที่สุดในรอบเกือบ 5 ปี
ทั้งนี้ เมื่อต้นเดือนเม.ย. บีโอเจช็อคตลาดการเงินด้วยแผนการอัดฉีดเงิน 1.4 ล้านล้านดอลลาร์เข้าสู่เศรษฐกิจภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี นายซากูไรระบุว่ามาตรการของบีโอเจเปรียบเหมือนการใช้ปืนใหญ่ไปยิงนก พร้อมเสริมว่าการเข้าแทรกแซงบ่อยๆ ในปริมาณไม่มากนัก น่าจะได้ผลมากกว่า หลังจากนั้น นายคุโรดะก็บอกว่าจะไม่ทำอะไรไปอีกพักหนึ่ง อันหมายความว่าเขาได้แบไพ่ในมือให้เห็นหมดแล้ว ซึ่งถือเป็นการดำเนินนโยบายที่ไม่ค่อยดีนัก
นอกจากนั้น การยกเครื่องนโยบายการเงินยังทำให้นักลงทุนระดับสถาบันต้องเผชิญทางเลือก เพราะดูเหมือนบีโอเจแนะให้นักลงทุนหันไปถือครองพันธบัตรต่างชาติแทนพันธบัตรญี่ปุ่น แต่การกระทำดังกล่าวจะทำให้นักลงทุนเสี่ยงต่อความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
ส่วนสถาบันการเงินขนาดเล็กและธนาคารในชนบทก็จะได้รับผลกระทบจากสภาพคล่องในตลาดพันธบัตร ผลจากมาตรการของบีโอเจ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนที่พร้อมไปลงทุนต่างประเทศน่าจะได้ประโยชน์จากความเสี่ยงที่ต่ำของการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ แคนาดา และเยอรมนี
ท้ายสุดนายซากูไรเชื่อว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นน่าจะกระเตื้องขึ้น เพราะได้อานิสงจากการคาดหมายแง่บวกเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเมื่อหุ้นทะยานขึ้น ก็น่าจะทำให้ภาคธุรกิจปรับขึ้นต่าแรงและผู้บริโภคเริ่มนำเงินสดมาใช้จ่ายเพราะเกรงว่าราคาข้าวของต่างๆ จะสูงขึ้นหากเงินเฟ้อขึ้นถึง 2% ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้





