ชาติสมาชิกสหภาพยุโรป หรืออียู บรรลุข้อตกลงกับรัฐสภายุโรป ออกกฎหมายคุมการปล่อยกู้สินทรัพย์จดจำนองฉบับแรกของกลุ่ม
ในทันทีที่ข้อตกลงดังกล่าวผ่านเป็นกฎหมายออกมา กฎดังกล่าวจะบังคับให้บรรดาผู้ปล่อยกู้ในตลาดสินเชื่อจดจำนองมูลค่า 6.5 ล้านล้านยูโร หรือราว 255 ล้านล้านบาท ตรวจสอบความน่าเชื่อถือในด้านการเงินของผู้กู้ และความสามารถในการชำระเงิน
นายไมเคิล นูแนน รัฐมนตรีคลังไอร์แลนด์ ประธานหมุนเวียนอียู กล่าวว่า กฎหมายใหม่จะเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูล และข้อเสนอต่างๆ ในการขอสินเชื่อได้มากขึ้น และว่าเคยได้เห็นประสบการณ์ของไอร์แลนด์ในการปฏิบัติตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ขอสินเชื่อจำนองบ้านและผลที่ตามมาซึ่งทำให้เกิดฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ และทำให้ไอร์แลนด์ต้องขอความช่วยเหลือทางการเงิน
ร่างกฎหมายดังกล่าวยังต้องผ่านการอนุมัติจากรัฐสภายุโรป และรัฐบาลชาติสมาชิกอียู ก่อนที่จะมีผลบังคับใช้ช่วงกลางปี 2558
ทั้งนี้ การปล่อยกู้อย่างไร้ความรับผิดชอบในสหรัฐได้ก่อให้เกิดฟองสบู่เคหะภายในประเทศ และเมื่อเกิดภาวะฟองสบู่แตก ก็กลายเป็นชนวนเหตุให้เกิดวิกฤติการเงินโลก
ขณะที่ ปัญหาฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ ที่เกิดขึ้นในไอร์แลนด์และสเปน ทำให้ธนาคารต้องแบกรับภาระหนี้เสียหลายพันล้านยูโร และรัฐบาลต้องยื่นมือเข้ามาช่วยฟื้นกิจการ ก่อนที่จะขอความช่วยเหลือทางด้านการเงินจากนานาประเทศ เมื่อแบกรับภาระดังกล่าวไม่ไหว
นอกเหนือจากการหลีกเลี่ยงการปล่อยกู้แบบไม่รอบคอบแล้ว กฎหมายดังกล่าวยังจะช่วยป้องกันสิทธิประโยชน์ของผู้บริโภค ด้วยการทำให้ธนาคารเข้ายึดบ้านของผู้กู้ที่ผิดนัดชำระหนี้ได้ยากขึ้นด้วย
ข้อกำหนดใหม่ดังกล่าวยังจะวางแผนเพื่อที่จะกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันข้ามประเทศระหว่างผู้ปล่อยกู้สินเชื่อ เช่น การให้ข้อมูลในการกู้ยืมที่เป็นมาตรฐานให้แก่ผู้บริโภคในอียูทุกคน ผู้ควบคุมเชื่อว่าการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นระหว่างธนาคารในแต่ละประเทศจะทำให้ผู้บริโภคสามารถมีตัวเลือกที่มากขึ้นและช่วยกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอียู





