นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น ระบุ บีโอเจพร้อมเดินหน้าพิมพ์เงินตราบเท่าที่ยังมีความจำเป็น เพื่อให้เงินเฟ้อขึ้นถึง2%
คำพูดดังกล่าวเป็นการส่งสัญญานว่าเขาพร้อมเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจหรือคงนโยบายผ่อนคลายทางการเงินอย่างหนักไปอีกนานกว่า 2 ปี หากเงินเฟ้อยังไม่ขึ้นถึงเป้าหมาย
อย่างไรก็ตาม นายคุโรดะกล่าวทำนองว่าจะไม่จัดทำมาตรการเพิ่มเติมในอนาคตอันใกล้ เพราะบีโอเจต้องอาศัยเวลาวิเคราะห์ผลกระทบของมาตรการที่เปิดเผยออกมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยเขาเชื่อว่าได้ดำเนินมาตรการที่จำเป็นทั้งหมดแล้วเพื่อให้เงินเฟ้อขึ้นถึง 2% ภายใน 2 ปี และจะตรวจสอบผลกระทบของมาตรการเหล่านี้่ทุกเดือน แต่ไม่ได้หมายความว่าบีโอเจจะปรับนโยบายทุกเดือน
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บีโอเจจัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เข้มข้นที่สุดในโลก ด้วยการรับปากจะอัดฉีดเงิน 1.4 ล้านล้านดอลลาร์เข้าสู่เศรษฐกิจในเวลาไม่ถึง 2 ปี ถือเป็นการพลิกจากนโยบายเดิมอย่างสุดขั้ว การอัดฉีดเงินจำนวนมหาศาลดึงค่าเงินให้ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 4 ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์
แต่แผนการของบีโอเจที่จะซื้อพันธบัตรเดือนละ 7.5 ล้านล้านเยน หรือ 1.4% ของจีดีพี ทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรระยะ 10 ปี ดีดตัวขึ้นมาอยู่ที่ 0.555% วานนี้ (10 เม.ย.) จากระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ 0.315% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
นายคุโรดะกล่าวว่าปฏิกิริยาของตลาดเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ พิจารณาจากมาตรการกระตุ้นครั้งใหญ่ของบีโอเจ และเขาจะติดตามการเคลื่อนไหวของผลตอบแทนพันธบัตรอย่างใกล้ชิด
นายคุโรดะมั่นใจว่ามาตรการล่าสุดเพียงพอกระตุ้นเงินเฟ้อให้ถึง 2% ในเวลา 2 ปี แต่ส่งสัญญาณว่าพร้อมเดินหน้าอัดฉีดเงินอย่างหนัก เป็นเวลามากกว่า 2 ปีหากเงินเฟ้อยังไม่ถึง 2% พร้อมเสริมว่ามาตรการกระตุ้นของบีโอเจพุ่งเป้าไปที่การแก้ปัญหาเงินฝืด ไม่ได้ตั้งใจทำให้เงินเยนอ่อนค่า และเขาจะอธิบายเรื่องนี้ต่อรัฐมนตรีคลังในที่ประชุมจี 20 สัปดาห์หน้าที่วอชิงตัน
นายคุโรดะกล่าวว่าไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องวิตกว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของบีโอเจ จะบ่มเพาะฟองสบู่ ส่วนการยุตินโยบายผ่อนคลายการเงินนั้น ยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงในขณะนี้ เพราะต้องพิจารณาพัฒนาการทางเศรษฐกิจกับราคาสินค้า
สำหรับการยุติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น บีโอเจไม่จำเป็นต้องขายพันธบัตรรัฐบาลให้ตลาด แต่อาจใช้มาตรการอื่นอย่างขึ้นดอกเบี้่ยสำหรับทุนสำรองที่ฝากไว้กับธนาคารกลาง





