ท่าเรือขนส่งสินค้าฮ่องกง ที่มีความหนาแน่นมากเป็นอันดับ 3 ของโลก อาจสูญเสียความสามารถในการแข่งขันให้กับคู่แข่งรายอื่น ๆ ในเอเชีย
เมื่อการประท้วงขอขึ้นค่าแรงของคนงานยืดเยื้อมาเกือบสัปดาห์ เป็นเหตุให้เรือบรรทุกสินค้าต้องพากันเปลี่ยนเส้นทางไปใช้บริการท่าเรือเพื่้อนบ้าน
ฮ่องกง อินเตอร์เนชันแนล เทอร์มินัล หรือเอชไอที บริษัทในเครือฮัทชิสัน วัมเปา จำกัด ของมหาเศรษฐีลี กา ชิง เปิดเผยถึงกรณีที่คนงานท่าเรือ ซึ่งไม่ใช่ลูกจ้างของบริษัท ต้องการให้จ่ายค่าจ้างรายวันเพิ่มขึ้น 20% เป็น 1,600 ดอลลาร์ฮ่องกง เทียบเท่าเงินเดือน 24,000 ดอลลาร์ฮ่องกงจากการทำงาน 15 วันว่า การประท้วงครั้งนี้ทำให้บริษัทต้องสูญเสียรายได้ถึงวันละ 644,000 ดอลลาร์ ซึ่งบริษัทพยายามไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการประท้วง ปล่อยให้ผู้รับเหมากับคนงานต่อรองกันเอง สำหรับสถานการณ์วิกฤตินี้
ผู้ปฏิบัติการท่าเรือ ได้รับคำสั่งด่วนจากศาลเมื่อเย็นวันจันทร์ที่ผ่านมา (1 เม.ย.) ให้ผู้ประท้วงออกไปจากพื้นที่ แต่คนงานประมาณ 450 คนยังคงประท้วงต่อเนื่อง โดยออกไปรวมตัวกันใหม่บริเวณนอกท่าเรือ พร้อมกล่าวว่าจะยกระดับการต่อสู้หากการเจรจาไม่ประสบความสำเร็จ
ขณะสหภาพแรงงานให้ข้อมูลว่าคนงานที่มาร่วมประท้วงคิดเป็นประมาณ 30-40% ของคนงานท่าเรือที่ทำงานให้กับท่าเทียบเรือฮัทชิสัน
ทั้งนี้ ท่าเรือฮ่องกง ถือเป็นประตูขนส่งสินค้าสำหรับสินค้าบริโภคที่ผลิตในศูนย์กลางอุตสาหกรรมสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ลทางตอนใต้ของจีน เพื่อส่งออกไปยังผู้บริโภคฝั่งตะวันตก ติดอันดับท่าเรือที่วุ่นวายที่สุดในโลกเป็นเวลาหลายปี แต่การแข่งขันอย่างรุนแรงกับเมืองท่าอื่น ๆ อย่างเซี่ยงไฮ้ และเสิ่นเจิ้น ผลักดันให้ฮ่องกงตกเป็นอันดับ 3 ในปี 2554 ตามหลังท่าเรือเซี่ยงไฮ้ และสิงคโปร์ โดยปีที่แล้วการขนส่งสินค้าผ่านท่าเรือฮ่องกงลดลง 5.2%
อย่างไรก็ตาม บริษัทขนส่งสินค้าหลายแห่งยังคงนิยมใช้บริการท่าเรือฮ่องกง เนื่องจากมีประสิทธิภาพสูง การปฏิบัติการที่น่าเชื่อถือ และตารางการเดินเรือที่มากกว่าเมื่อเทียบกับท่าเรือเปิดใหม่อื่น ๆ ในจีน
บริษัทเอเวอร์กรีน ไลน์ ของไต้หวัน ซึ่งบริหารเส้นทางการเดินเรือบรรทุกสินค้าใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก กล่าวว่า กำลังพิจารณาเลื่อนเรือบรรทุกสินค้าของบริษัทจำนวนหนึ่งสู่ท่าเรืออื่นตามแผนการฉุกเฉิน เพื่อรับมือกับข้อพิพาทด้านแรงงาน แต่ปฏิเสธจะเปิดเผยรายละเอียด
ผู้บริหารบริษัทขนส่งสินค้าทางเรือสำคัญของญี่ปุ่นรายหนึ่ง กล่าวว่า เส้นทางการขนส่งสินค้าของบริษัทที่ผ่านฮ่องกง ต้องล่าช้ามากกว่าสามวันเนื่องจากการประท้วง ทำให้บริษัทต้องเตรียมปรับตารางการเดินเรือ ที่จะเข้าเทียบท่าเรือฮ่องกงไปยังเมืองอื่น ๆ หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อต่อไป
เอชไอทีต้องข้อสังเกตว่า ก่อนหน้านี้ผู้รับเหมาที่เกี่ยวข้องได้ตกลงเพิ่มเงินเดือน 5% ให้คนงานภายในปีนี้ ซึ่งจะทำให้คนงานมีรายได้ 21,000 ดอลลาร์ฮ่องกง ต่อเดือน เพิ่มขึ้นจาก 17,000 ดอลลาร์ฮ่องกงในปี 2540
อย่างไรก็ตาม นายลี ชก ยัน ส.ส.และประธานสมาพันธ์แรงงานการค้า ซึ่งเป็นตัวแทนของสหภาพแรงงานคนงานท่าเรือ กล่าวว่า ค่าจ้างที่คนงานได้รับต่ำกว่าที่พวกเขาได้ในปี 2538 หลังจากมีการตัดเงินเดือนมาหลายรอบ พร้อมเสริมว่า ผู้รับเหมาไม่ต้องการที่จะเจรจาต่อรองกับสหภาพแรงงาน ทั้งยังขู่ว่าจะไล่คนงานที่ร่วมประท้วงออก หากพวกเขาไม่ยอมกลับเข้ามาทำงาน





