นักเศรษฐศาสตร์คาด สเปนและสโลเวเนีย อาจเป็นชาติต่อไปที่ขอรับความช่วยเหลือด้านการเงินจากทรอยก้า
สำนักข่าวรอยเตอร์ส เผยผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ที่ระบุว่า ไซปรัสไม่น่าจะเป็นประเทศสุดท้ายในเขตยูโรโซน ที่จะขอความช่วยเหลือทางด้านการเงินจากนานาชาติ โดยนักเศรษฐศาสตร์ทั้งหมด 36 คนจาก 48 คนที่ตอบแบบสอบถาม เชื่อว่่า มีความเป็นไปได้ที่ประเทศอื่นๆ จะมีการขอความช่วยเหลือทางด้านการเงินจากกลุ่มทรอยก้าในอนาคตเช่นเดียวกัน
ในจำนวนนี้ มีอยู่ 16 ราย ที่เห็นว่าสเปนจะเป็นรายต่อไป และอีก 16 รายพุ่งเป้าไปที่สโลเวเนีย เพราะว่าภาคธนาคารของประเทศดังกล่าวมีขนาดใหญ่เกินกว่าขนาดเศรษฐกิจของประเทศเช่นเดียวกับไซปรัส และอาจจะทำให้ตกเป็นเหยื่อรายล่าสุดของวิกฤติหนี้ยูโรโซน
อย่างไรก็ดี บรรดานักเศรษฐศาสตร์ ต่างมีความเห็นไม่ตรงกันถึงมาตรการการปิดธนาคารรายใหญ่อันดับ 2 ของไซปรัส เพื่ออายัดทรัพย์สินและเงินฝากของผู้ฝากเงินรายใหญ่นั้นว่า จะเพิ่มหรือลดเสถียรภาพของกลุ่มยูโรโซน โดยอียูและไอเอ็มเอฟได้อนุมัติเงินช่วยเหลือไซปรัสในมูลค่า 10,000 ล้านยูโรเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (25 มี.ค.) เพื่อแก้ปัญหาภาคการธนาคารที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไซปรัส
นางลีนา โคมิลีวา ผู้อำนวยการจีพลัสอีโคโนมิกส์ กล่าวว่าข้อตกลงของไซปรัส ได้ทำให้วิกฤติธนาคารในยุโรปซับซ้อนมากขึ้น เพราะจะทำให้เงินยูโรที่หมุนเวียนอยู่ในไซปรัสนั้นมีสภาพคล่องน้อยกว่าเงินยูโรที่หมุนเวียนอยู่ในประเทศอื่น เนื่องจากมาตรการควบคุมเงินทุนไหลเข้าออกที่ไซปรัสได้กำหนดออกมาเพื่อป้องกันประชาชนแห่ไปถอนเงินออกจากบัญชี
อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ 38 คนจาก 46 คน ได้ให้ความเห็นว่ามาตรการควบคุมเงินทุนนั้นเหมาะสมแล้ว มิฉะนั้นคนจะพากันแห่นำเงินออกนอกประเทศกันเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ เสียงส่วนใหญ่ยังเชื่อว่า มาตรการคุมเงินทุนดังกล่าวจะยาวนานเป็นเดือน แต่มีอยู่ 13 รายคาดว่า จะอยู่ไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น มีเพียง 3 รายที่คาดว่าจะอยู่เป็นปี





