แอฟริกาใต้ เจ้าภาพการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศบริกส์ ระหว่างวันที่ 26-27 มีนาคมนี้
"บริกส์" เป็นกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่มีเศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว ประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ มีประชาชนรวมกันเกือบ 3 พันล้านคน เป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ที่มีพลังทางเศรษฐกิจสูง
เมื่อพิจารณาในรายละเอียด แอฟริกาใต้ดูแตกต่างจากประเทศอื่นอยู่บ้าง เช่น มีประชากรเพียง 50 ล้านคนเทียบกับอินเดียที่มีถึง 1.2 พันล้านคน ส่วนจีดีพีก็อาจไม่มากนัก ด้วยมูลค่าน้อยกว่า 500 ล้านดอลลาร์ ขณะที่เศรษฐกิจจีนใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ส่วนบราซิลมีจีดีพีประมาณ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ แต่แอฟริกาใต้เป็นประเทศที่เศรษฐกิจใหญ่และพัฒนามากที่สุดในทวีปแอฟริกา อันเป็นทวีปที่อุดมไปด้วยทรัพยากรและมีประชากร 1 พันล้านคน
ประโยชน์ที่แอฟริกาใต้จะได้จากการเป็นเจ้าภาพการประชุมคือ ธนาคารบริกส์ ซึ่งสามารถใช้คานอำนาจกับธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ โดยธนาคารอาจตั้งอยู่ในแอฟริกาใต้ ความที่มีภาคการเงินเข้มแข็งและใช้ระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเสรี อีกทั้งการตั้งธนาคารบริกส์ที่แอฟริกาใต้ ยังเป็นทางเลือกที่ประนีประนอมเพื่อป้องกันการเปิดศึกระหว่างจีนกับอินเดียด้วย
การที่ผู้นำชาติต่างๆ ประสบความสำเร็จในการตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาหรือธนาคารบริกส์ ถือเป็นครั้งแรกตั้งแต่ก่อตั้งกลุ่มเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ที่กลุ่มบริกส์มีการเคลื่อนไหวเป็นรูปธรรมตามที่เคยเรียกร้องให้มีระเบียบโลกที่เท่าเทียมมากขึ้น และการกระทำดังกล่าวจะเป็นการส่งสารที่ชัดเจนไปถึงสหรัฐและชาติยุโรปว่าดุลอำนาจในโลกปัจจุบัน ไม่ได้ผล
รวมกันแล้ว บริกส์มีสัดส่วน 25% ของจีดีพีโลก และ 40% ของประชากรโลก ขณะที่สมาชิกกลุ่มบริกส์วิจารณ์ว่าสถาบันอย่างธนาคารโลก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เปลี่ยนแปลงไม่เร็วพอรองรับอิทธิพลของบริกส์ที่มีมากขึ้น
นักการทูตเผยว่าธนาคารเพื่อการพัฒนาอาจเริ่มต้นด้วยเงินทุน 10,000 ล้านดอลลาร์จากแต่ละประเทศ แต่บทบาทที่แท้จริงของธนาคารยังเป็นเรื่องที่ต้องถกเถียง โดยเจ้าหน้าที่อินเดียโน้มน้าวให้ตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนา และนำเงินจากการได้เปรียบงบประมาณ มาลงทุนในประเทศกำลังพัฒนา เพราะประเทศกำลังพัฒนาจำนวนมากทั้งในและนอกกลุ่มบริกส์หวังว่าจะมีแนวทางนำเงินมหาศาลของจีนมาใช้จ่ายได้ ด้านจีนนั้น น่าจะต้องการให้ธนาคารดังกล่าวลงทุนในโครงการด้านการค้า
นอกจากธนาคารเพื่อการพัฒนาแล้ว บริกส์ยังจะพยายามตั้งกองทุนสำรองอัตราแลกเปลี่ยนมูลค่าถึง 240,000 ล้านดอลลาร์ไว้รับมือยามเกิดวิกฤติการเงิน
แน่นอนว่าในการประชุมสุดยอดกลุ่มบริกส์ครั้งที่ 5 นั้น สายตาทุกคู่จับจ้องอยู่ที่จีน ผู้เปลี่ยนโฉมหน้าเศรษฐกิจของแอฟริกาผ่านการสร้างเหมืองแร่ ทางหลวง สนามฟุตบอล ขายผลิตภัณฑ์ตั้งแต่เสื้อผ้าราคาถูกไปจนถึงโทรศัพท์มือถือและแผงพลังงานแสงอาทิตย์ โดยการเดินทางไปร่วมประชุมกลุ่มบริกส์ของนายสี จิ้นผิง เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางเยือนต่างประเทศครั้งแรกในตำแหน่งประธานาธิบดีจีน





