ธนาคารกลางไซปรัสระบุ ยังไม่มีการตัดสินใจว่าจะให้ธนาคารพาณิชย์ในประเทศ เปิดทำการตามที่วางแผนไว้ในวันนี้หรือไม่ หลังปิดมาร่วม 10 วัน
แหล่งข่าวในธนาคารกลางไซปรัส เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการตัดสินใจในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด แม้ว่าไซปรัสจะบรรลุข้อตกลงกับสหภาพยุโรป (อียู) ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ถึงการรับเงินช่วยเหลือจำนวน 10,000 ล้านดอลลาร์แล้วก็ตาม
วันเดียวกันนี้ ธนาคารกลางไซปรัสยังประกาศแต่งตั้งผู้จัดการขึ้นมาทำหน้าดูแลการปิดกิจการธนาคารไลกิ ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ตามเงื่อนไขที่ทำไว้เพื่อการได้รับความช่วยเหลือดังกล่าว
การบรรลุข้อตกลงข้างต้น ยังทำให้ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ได้มีคำสั่งให้รัฐบาลกรุงมอสโก ดำเนินการศึกษาถึงการปรับโครงสร้างหนี้จำนวน 2,500 ล้านยูโรให้กับไซปรัส โดยรัสเซีย ได้ขยายวงเงินกู้ให้กับไซปรัสไปเมื่อปี 2554 และมีกำหนดที่จะต้องชำระคืนภายในปี 2559
นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกประจำตัวผู้นำรัสเซีย ระบุว่า ประธานาธิบดีปูตินได้ชี้แนะให้รัฐบาล และกระทรวงการคลังรัสเซียทำงานร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อ เพื่อการปรับโครงสร้างหนี้ข้างต้น โดยไม่ได้มีการระบุอย่างเจาะจงว่า เงื่อนไขในการปรับโครงสร้างหนี้จะเป็นอย่างไร
ท่าทีดังกล่าวของรัสเซีย ถือเป็นข่าวดีสำหรับเจ้าหน้าที่ยุโรป ที่ก่อนหน้านี้เคยออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลไซปรัสเดินหน้าเจรจากับรัสเซีย ในเรื่องเงินกู้จำนวนดังกล่าว หลังไซปรัสจ่ายหนี้ล่าช้าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
นายเปสคอฟ ระบุว่า เมื่อพิจารณาจากเงื่อนไขที่ไซปรัสตกลงกับยุโรปแล้ว ประธานาธิบดีปูตินจึงเห็นถึงความเป็นได้ ที่จะสนับสนุนความพยายามของประธานาธิบดีไซปรัส และคณะกรรมาธิการยุโรป ในการเอาชนะวิกฤติในระบบธนาคาร
ทางด้านนายไมเคิล บานิเยร์ กรรมาธิการยุโรป รับผิดชอบในเรื่องตลาดเดี่ยวของอียู ออกมาให้ความมั่นใจว่า แม้ไซปรัสจะต้องดำเนินการควบคุมการเคลื่อนไหวของเงินทุน แต่มาตรการนี้จะเกิดขึ้นเพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ เร็วสุดอาจจะเพียงไม่กี่วันเท่านั้น
ก่อนหน้านี้ นายโฮเซ มานูเอล บาร์โรโซ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวว่า แม้จะสามารถบรรลุข้อตกลงกัน แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะคาดการณ์ถึงอนาคตเศรษฐกิจของไซปรัสได้ โดยทั้งหมดขึ้นอยู่กับว่าไซปรัสจะปฏิบัติตามเงื่อนไข และคำมั่นของตัวเองได้ดีเท่าใด





