เหตุรุนแรงในพม่ายังไม่ยุติ ล่าสุุดมีบ้านเรือนถูกเผาอีก ขณะทูตยูเอ็นลงพื้นที่เมืองเมกติลา พร้อมพบปะชาวบ้านที่ต้องอพยพจากบ้านเรือน หนีความรุนแรง
ชาวบ้านในเมืองยาเมทิน ใกล้กรุงเนปิดอว์ เผยว่ามีบ้านเรือน 43 หลังและมัสยิดหลังหนึ่งถูกเผาเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุการณ์ทำนองนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในเมืองนี้ และนับเป็นความรุนแรงที่ลามมาจากเมืองเมกติลา
ล่าสุดในเมืองเมกติลา นายวิเจย์ นัมเบียร์ ทูตพิเศษสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ด้านกิจการพม่า ได้ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ หลังจากการทะเลาะของคนในชุมชนบานปลายเป็นเหตุจลาจลจนทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 32 ราย ชาวบ้าน 9,000 คนต้องอพยพออกจากบ้านเรือน และรัฐบาลต้องประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อให้กองทัพเข้าดูแลสถานการณ์
นายวิเจย์ได้เดินทางไปยังค่ายผู้อพยพและแสดงความเสียใจที่มีผู้เสียชีวิต รวมถึงบ้านเรือน ร้านค้า และอาคารต่างๆ ถูกทำลายเสียหาย โดยเขากล่าวว่าสังเกตเห็นได้ถึงความโศกเศร้า ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นโศกนาฎกรรมครั้งใหญ่ แต่เขารู้สึกได้ว่าชาวบ้านไม่มีความรู้สึกเกลียดชังกันมากนัก และมีความมุ่งมั่นที่จะกลับไปใช้ชีวิตอย่างสงบสุขตามเดิม นายวิเจย์เผยว่าชาวบ้านบางคนระบุว่าคนนอกได้เข้าไปยุยง ปลุกปั่นสถานการณ์
นายวิเจย์กล่าวว่ายูเอ็นพร้อมช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้มากที่สุด หลังจากเดินทางไปดูสถานการณ์ตามโรงเรียนและวัดหลายแห่ง รวมถึงสนามกีฬา ซึ่งถูกใช้เป็นที่พักชั่วคราวของชาวบ้าน เพราะบ้านเรือนจำนวนมากถูกฝูงชนที่โกรธแค้น จุดไฟเผา
ด้านผู้นำชุมชนชาวพุทธและมุสลิมได้ออกมาเรียกร้องเป็นครั้งแรกหลังจากเกิดเหตุรุนแรง โดยขอให้ทุกฝ่ายเคารพกฎหมายและรักษาความสมานฉันท์ สามัคคี มีความรัก เมตตากันในชุมชน
สถานการณ์ล่าสุดในเมืองเมกติลากลับคืนสู่ความสงบแล้ว ร้านค้าเปิดขายของ แต่ตำรวจและทหารยังลาดตระเวณเพื่อรักษาความสงบตามท้องถนน ชาวเมืองคนหนึ่งบอกว่าผู้คนออกมาเดินตามถนนแล้ว แต่ยังต้องระวังตัว โดยเฉพาะตอนกลางคืน เพราะมีข่าวลือมากมาย ขณะที่กระทรวงข่าวสารกล่าวว่าจับกุมผู้ก่อเหตุรุนแรงพร้อมอาวุธได้แล้ว 52 คน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับเป็นการปะทะกันครั้งรุนแรงที่สุดตั้งแต่เหตุจลาจลที่รัฐยะไข่เมื่อปีที่แล้ว อันทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 180 ราย ชาวบ้านกว่าแสนคนต้องอพยพออกจากบ้านเรือน





