อดีตผู้นำปากีสถาน เดินทางกลับประเทศ หวังลงสมัครรับเลือกตั้ง หลังลี้ภัยต่างแดนกว่า 4 ปี
อดีตประธานาธิบดีเชอร์เวซ มูชาร์ราฟ วัย 69 ปีแห่งปากีสถาน เดินทางกลับประเทศแล้วเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งทั่วไป หลังจากลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศนานกว่า 4 ปี การเดินทางกลับปากีสถานของนายมูชาร์ราฟมีขึ้นทั้งที่กลุ่มตาลีบันขู่เอาชีวิตเขา
นายมูชาร์ราฟกล่าวว่าพร้อมเสี่ยงภัยอันตรายทุกอย่างเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งในวันที่ 11 พ.ค.นี้ ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของปากีสถาน ซึ่งอยู่ใต้การปกครองของทหารมายาวนาน โดยตัวมูชาร์ราฟเองก็ขึ้นสู่อำนาจด้วยการรัฐประหารแบบไม่เสียเลือดเนื้อในช่วงที่เขาเป็นผู้บัญชาการกองทัพเมื่อปี 2542 ก่อนที่เขาจะลงจากอำนาจในปี 2551 และเดินทางออกนอกประเทศ หลังจากนายอาซิฟ อาลี ซาร์ดารี ได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ อันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่นานนักหลังจากอดีตนายกรัฐมนตรีเบนาซีร์ บุตโต ภรรยาของนายซาร์ดารี ถุูกลอบสังหาร
นายมูชาร์ราฟกล่าวทันทีที่เดินทางกลับถึงประเทศว่าไม่รู้สึกกลัวอะไร แต่ยอมรับว่าวิตกอยู่บ้างเกี่ยวกับปัจจัยด้านก่อการร้ายและกลุ่มหัวรุนแรง รวมถึงประเด็นทางกฎหมาย ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคสำหรับเขาในการลงสมัครรับเลือกตั้ง
นายมูชาร์ราฟต้องเปลี่ยนแผนการที่จะปราศัยต่อฝูงชนบริเวณสุสานของผู้ก่อตั้งประเทศ เพราะวิตกเกี่ยวกับความปลอดภัยของตัวเอง และได้เปลี่ยนแผนการไปปราศัยต่อผู้สนับสนุนเขาที่สนามบิน ซึ่งมีการรักษาความปลอดภัยแน่นหนา นอกจากนั้น ตำรวจยังไม่อนุญาตให้เขาขับรถวนไปรอบๆ เมือง หลังจากกลุ่มตาลีบันในปากีสถานขู่จะส่งมือระเบิดพลีชีพเคลื่อนที่ ไปสังหารนายมูชาร์ราฟ
ก่อนนายมูชาร์ราฟกลับถึงประเทศไม่กี่ชั่วโมง ปากีสถานเพิ่งเผชิญเหตุรุนแรงเมื่อมือระเบิดพลีชีพคนหนึ่งสังหารทหารไป 17 นาย ด้วยการขับรถบรรทุกระเบิดเข้าไปที่จุดตรวจบริเวณเขตนอร์ธวาไรซีสถาน อันเป็นที่มั่นของกลุ่มตาลีบัน
ตัวนายมูชาร์ราฟเองเคยถูกลอบสังหารมาแล้ว 3 ครั้งแต่รอดมาได้ โดยเขาตกเป็นเป้าหมายไล่ล่าของกลุ่มตาลีบัน เพราะสมัยเขาเป็นผู้นำประเทศนั้น ได้นำปากีสถานไปเข้าทำสงครามต่อต้านก่อการร้ายร่วมกับชาติตะวันตก หลังเกิดโศกนาฎกรรม 11 ก.ย. 2544





