วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไซปรัสเลิกเก็บภาษีเงินออมน้อย

ผู้ว่าแบงก์ชาติไซปรัสออกโรงเตือน รัฐบาลเลิกเก็บภาษีบัญชีเงินฝากต่ำกว่า 20,000 ยูโร เสี่ยงทำข้อตกลงช่วยเหลือจากกลุ่มยูโรโซนล่ม

คำเตือนของนายปานิคอส เดเมเทรียเดส ผู้ว่าการธนาคารกลางไซปรัส เกิดขึ้นในขณะที่นางคริสติน ลาการ์ด กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เรียกร้องให้ไซปรัสปฏิบัติตามคำมั่นที่ให้ไว้ในข้อตกลงรับความช่วยเหลือมูลค่า 10,000 ล้านยูโร หรือราว 390,000 ล้านบาท ที่ทำไว้กับชาติพันธมิตรยูโรโซนในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ในการทบทวนแผนขอรับความช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความไม่พอใจของประชาชนในประเทศนั้น แม้รัฐบาลไซปรัสจะยกเลิกการเก็บภาษีบัญชีเงินฝากแล้ว แต่ยังคงการจัดเก็บภาษีในอัตรา 6.75% สำหรับบัญชีเงินฝากตั้งแต่ 20,000 - 100,000 ยูโร และ 9.9% สำหรับบัญชีเงินฝากที่มีมากกว่า 100,000 ยูโร

ขณะที่นายโวล์ฟกัง โชเบิล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเยอรมนี ระบุว่า นักลงทุนที่นำเงินไปฝากไว้ในธนาคารไซปรัส เพื่อหวังจ่ายภาษีน้อยลง ควรร่วมแบกรับความเสี่ยงไปด้วย ในช่วงเวลาที่ไซปรัสต้องการเงินอัดฉีด เพื่อรักษาสภาพเศรษฐกิจไว้

นายโชเบิล กล่าวว่า ถ้าหากกลุ่มคนเหล่านี้ไม่ต้องแบกรับภาระในการอัดฉีด หน้าที่ดังกล่าวก็จะต้องตกเป็นภาระของผู้เสียภาษีชาวยุโรป ที่ต้องจ่ายเงินมารักษาการลงทุนของชาวต่างชาติในไซปรัสเอาไว้ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบอย่างมาก

ขุนคลังรายนี้ กล่าวด้วยว่า รูปแบบเศรษฐกิจของไซปรัส ที่ใช้อัตราภาษีต่ำเข้ามาดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศนั้น เป็นเหตุที่ทำให้เกิดภาวะล้มละลายขึ้นมา

ทั้งนี้ ไซปรัสได้สั่งปิดธนาคารในประเทศ จนถึงวันพรุ่งนี้ (21 มี.ค.) และชะลอการลงมติของรัฐสภาในแผนจัดเก็บภาษีออกมาเป็นเมื่อวานนี้ (25 มี.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น หลังประชาชนพากันมาถอนเงินฝากออกไป ขณะที่กลุ่มรัฐมนตรีคลังยูโร ระบุว่า จะมีการเปิดเจรจารอบใหม่ ถึงความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มอัตราภาษีสำหรับผู้มีเงินฝากจำนวนมาก เพื่อรับประกันว่าจะได้รับรายได้คืนจำนวน 5,800 ล้านยูโร เท่ากับแผนการฉบับแรก ที่เก็บภาษีเงินฝากทั้งหมด

ทางด้านนายเจอโรน ดิสเซลโบลม ประธานกลุ่มยูโร จากเนเธอร์แลนด์ ระบุว่า บรรดารัฐมนตรียูโร ยังคงมีความเห็นตรงกันว่า ควรปฏิบัติต่อผู้มีเงินฝากจำนวนน้อย แตกต่างจากผู้ที่มีเงินฝากอยู่เป็นจำนวนมาก