ยูเอ็น ออกปฏิญญายุติการใช้ความรุนแรงต่อสตรี และเด็กหญิง ท่ามกลางความกังวลของเหล่ามุสลิม และแคทอลิคหัวอนุรักษ์ ในเรื่องสิทธิทางเพศ
ในช่วงต้นของการหารือนานร่วม 2 สัปดาห์ หลายประเทศขู่ว่าจะไม่ยอมรับปฏิญญาด้วยกังวลในเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงการคุมกำเนิดฉุกเฉิน การทำแท้ง และการรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
อิหร่าน อียิปต์ ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ ลิเบีย ไนจีเรีย และซูดาน นอกเหนือจากฮอนดูรัส และสำนักวาติกัน ต่างสงวนท่าทีเกี่ยวกับการประกาศปฏิญญาของคณะกรรมาธิการยูเอ็นว่าด้วยสถานะสตรี แต่ไม่ได้ขวางการยอมรับเนื้อหาความยาว 18 หน้าของปฏิญญาแต่อย่างใด
บรรดานักการทูต และนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรี ระบุว่า แม้ปฏิญญาดังกล่าวจะไม่มีข้อผูกมัดใดๆ แต่ก็มีน้ำหนักมากพอที่จะกดดันให้ประเทศต่างๆ พัฒนาคุณภาพชีวิตของสตรี และเด็กหญิงได้
นางมิเชล บาเชเล็ต อดีตประธานาธิบดีชิลี ผู้อำนวยการองค์กรเพื่อสตรีของยูเอ็น กล่าวว่า ผู้คนทั่วโลกคาดหวังให้ทางองค์กรยุติการใช้ความรุนแรงต่อสตรีและเด็กหญิง ซึ่งองค์กรก็ทำได้แล้ว ส่วนนางแชนนอน โกวาลสกี ผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนและนโยบาย กลุ่มแนวร่วมสุขภาพสตรีระหว่างประเทศ ระบุว่าปฏิญญาดังกล่าวคือชัยชนะสำหรับสตรีและเด็กหญิง แต่ต้องก้าวหน้าไปมากกว่านี้ให้คลอบคลุมกลุ่มรักร่วมเพศ และบุคคลแปลงเพศด้วย





