ยูเอ็นดีพีชี้เศรษฐกิจที่เติบโตรวดเร็วของปท.กำลังพัฒนา ช่วยลดความยากจน สร้างชนชั้นกลาง ทำให้เศรษฐกิจบราซิล จีน และอินเดียไล่ตามชาติร่ำรวยทัน
สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นดีพี เผยผลการศึกษาที่คาดว่าผลผลิตทางเศรษฐกิจของบราซิล จีน และอินเดียรวมกัน จะเหนือกว่าผลผลิตทางเศรษฐกิจของสหรัฐ แคนาดา อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี และอิตาลี ภายในปี 2563
ที่ผ่านมาผลผลิตต่อหัวของจีนและอินเดียเพิ่มขึ้นสองเท่าในเวลาไม่ถึง 20 ปี ในอัตราความเร็วเช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในยุโรปและอเมริกาเหนือช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรม
ขณะเดียวกัน สัดส่วนประชากรที่มีฐานะยากจนมากทั่วโลก ก็ลดลงจาก 43% ในปี 2533 เหลือ 22% ในปี 2551 และสัดส่วนประชากรที่ดำรงชีวิตด้วยเงินต่ำกว่า 1.25 ดอลลาร์ต่อวันลดลงครึ่งหนึ่ง อันนับว่าบรรลุหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ
สำหรับสัดส่วนชนชั้นกลางในซีกโลกใต้เพิ่มขึ้นจาก 26% เป็น 58% ระหว่างปี 2533-2553 และภายในปี 2573 ชนชั้นกลางของโลกมากกว่า 80% จะอยู่ในซีกโลกใต้ สภาพการณ์ดังกล่าวนับว่าไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ที่มาตรฐานการครองชีพและอนาคตของผู้คนจะเปลี่ยนแปลงไปมากและรวดเร็วขนาดนี้ โดยเมื่อยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมนั้น ชีวิตคนที่เปลี่ยนไปมีเป็นจำนวนหลายร้อยล้าน แต่คราวนี้มีจำนวนหลายพันล้าน
อย่างไรก็ตาม ประเทศกำลังพัฒนาจะต้องเผชิญกับความท้าทายเหมือนที่ประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำเคยเจอ ทั้งปัญหาประชากรสูงอายุ ปัญหาสภาพแวดล้อม และความไม่เท่าเทียมกันทางสังคม การไม่ลงมือแก้ไขเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอาจทำให้ความก้าวหน้าของการพัฒนามนุษย์ในประเทศยากจนที่สุดในโลกหยุดชะงักหรือถอยหลัง





