อียูอนุมัติแผนยกเครื่องนโยบายการเกษตร (ซีเอพี) ครั้งใหญ่ ด้วยการกันเงิน 30% ของเงินอุดหนุนไปใช้ในด้านที่เกี่ยวข้องกับการรักษาสิ่งแวดล้อม
สมาชิกสภานิติบัญญัติยุโรป ต่างเห็นพ้องที่จะให้การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ด้านการให้เงินอุดหนุนภาคการเกษตรในกลุ่ม ซึ่งรวมถึงการกำหนดให้กันเงิน 30% ของเงินอุดหนุนโดยตรงไปใช้ในด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ การดูแลรักษาทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ และสร้างระบบนิเวศวิทยาอันอุดมสมบูรณ์ให้กับทั้งต้นไม้ สัตว์ และแมลง
ที่ผ่านมานั้น ซีเอพี มีค่าใช้จ่ายประมาณ 40% ของงบประมาณประจำปีของอียู และเมื่อเดือนตุลาคม 2554 คณะกรรมาธิการยุโรปได้ร่างกฎหมายเพื่อปฏิรูปงบประมาณดังกล่าวทำให้เกิดความขัดแย้งติดต่อกันเป็นระยะเวลาหลายเดือน
ร่างกฎหมายดังกล่าวยังพยายามที่กำจัดความแตกต่างในการจัดสรรงบประมาณของอียูของประเทศสมาชิก และจัดสรรงบประมาณให้แก่ชาวนารายย่อยแทนที่จะจัดสรรให้บริษัทอุตสาหกรรรมเกษตรกรรมรายใหญ่ และสภานิติบัญญัติได้สนับสนุนร่างกฎหมายของกรรมาธิการยูโรเพื่อจำกัดงบประมาณช่วยเหลือให้ไม่เกิน 300,000 ยูโรต่อฟาร์ม และลดความช่วยเหลือแก่ฟาร์มที่ได้รับเงินมากกว่า 150,000 ยูโร
กฎหมายฉบับนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงแก่ฟาร์มขนาดใหญ่ที่ใช้เครื่องจักร แต่จะไม่มีผลกระทบแก่สหกรณ์ฟาร์มที่จัดสรรปันส่วนเงินช่วยเหลือให้แก่สมาชิกนอกจากนี้ สภานิติบัญญัติยังอนุมัติมาตรการเพื่อจำกัดเงินช่วยเหลือแก่ชาวนาบางกลุ่มทีนำเงินไปพัฒนาที่ดินเพื่อสร้างสนามกอล์ฟและสนามบินอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
อย่างไรก็ตาม นโยบายการเกษตรชุดใหม่นี้จะเสร็จสมบูรณ์หลังจากที่ รัฐสภา รัฐมนตรีเกษตร และคณะกรรมาธิการ ได้เจรจากันในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน





