วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วาณิชธนกิจเอเชียแห่ลงทุนตลาดหุ้นอาเซียน

วาณิชธนกิจต่างชาติแห่ลงทุนในตลาดหุ้น ตลาดพันธบัตร และตลาดซื้อขายเงินตราต่างประเทศ ในแถบอาเซียน เพราะสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่าตลาดจีน

ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้กลายเป็นตลาดที่วาณิชธนกิจทั้งหลายได้ให้ความสนใจ หลังจากที่การเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) นั้นได้รับความสนใจอย่างสูงจากนักลงทุนรายย่อย รวมถึงการควบรวมกิจการมูลค่าหลายพันล้านดอลลอร์ของมหาเศรษฐีชาวไทย

ข้อมูลของบริษัทแมคคินซีย์ แอนด์ โค แสดงให้เห็นว่า การซื้อขายหุ้น หุ้นกู้ และค่าเงินในภูมิภาคนี้ มีขนาดการซื้อขายใหญ่กว่าประเทศจีน และยังชี้ว่า ประมาณ 80% ของรายได้วาณิชธนกิจ ไล่ตั้งแต่ญี่ปุ่นไปจนถึงออสเตรเลีย ที่ได้จากภูมิภาคเอเชียนั้น มาจากการซื้อขายสินทรัพย์ดังกล่าว มีเพียง 20% เท่านั้น ที่มาจากธุรกิจที่ปรึกษาควบรวมกิจการ ทำไอพีโอ หรือหุ้นกู้

นอกจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดที่เหล่านักลงทุนมักจะกันออกจากตลาดที่เหลือในเอเชียแล้ว จีน ซึ่งยังคงเป็นตลาดยักษ์ใหญ่ในด้านนี้ สร้างรายได้ให้แก่วาณิชธนกิจถึง 19, 000 ล้านดอลลาร์ในปี 2554 เทียบกับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ทำรายได้ให้วาณิชธนกิจที่ 13,000 ล้านดอลลาร์อย่างไรก็ตาม ประเทศจีนยังคงเป็นตลาดที่ธนาคารต่างประเทศเจาะเข้ายาก

หัวหน้าทีมวาณิชธนกิจและตลาดทุนในเอเชียของบริษัทแมคคินซีย์ นาย"เอช วี วินายัค" กล่าวว่า สำหรับธนาคารต่างชาติแล้ว จีนเป็นตลาดที่เข้าถึงได้ยากกว่าตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะมีกฎหมายและข้อบังคับที่เข้มงวด และว่า ธนาคารต่างชาติมีส่วนแบ่งจากตลาดหลักทรัพย์จีนเพียงแค่ 2% เท่านั้น

ข้อมูลของแมคคินซีย์ยังแสดงให้เห็นว่า ธนาคารต่างชาติจำเป็นต้องมีการร่วมทุนกับบริษัทจีนถึงจะสามารถทำการค้าขายในตลาดหุ้นของจีนได้ เทียบกับในตลาดสิงคโปร์ ที่มีนักลงทุนต่างประเทศ ครองส่วนแบ่งอยุ่มากกว่า 50%

นอกจากนี้ ค่านายหน้าจากการทำซื้อขายหุ้นกู้ หรือหุ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังสร้างรายได้ให้แก่ธนาคารต่างชาติสูงกว่าประเทศอื่นๆ ในทวีปเอเชียและจีน ราว 20% และ 40%

เมื่อปีที่แล้ว ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังได้รับอานิสงส์จากการทำธุรกรรมซื้อขายในปริมาณมาก อย่างกรณีของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี มหาเศรษฐีไทย ที่ประสบความสำเร็จในการซื้อหุ้นของบริษัท เฟรเซอร์แอนด์นีฟ (เอฟแอนด์เอ็น) วงเงินหลายพันล้านดอลลาร์ และการทำไอพีโอขนาดใหญ อย่าง กรณีบริษัท "เฟลด้า โกลบอล เวนเจอร์ส โฮลดิงส์" ของมาเลเชีย ที่มีมูลค่า 3,200 ล้านดอลลาร์

ในปีนี้ รายได้จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คิดเป็นสัดส่วนราว 17% ของรายได้ที่วาณิชธนกิจเหล่านี้ ทำได้จากภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิค ไม่รวมญี่ปุ่น เพิ่มขึ้นจากระดับ 15% ในปีที่แล้วทั้งปี

หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารธนาคาร เครดิต สวิส กรุ๊ป ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นาย"เอริค วาร์เวล" กล่าวว่า ความร้อนแรงของตลาดหุ้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้แรงหนุนจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลางที่เริ่มมีกำลังซื้อ และต้องการที่จะบริโภคสินค้ามากขึ้น รวมถึงบริษัทที่มีความแข็งแกร่ง มั่นคง และไม่มีภาระหนี้สิน

ตลาดหุ้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องในปีนี้จากปริมาณการซื้อขายที่สูงกว่าตลาดหุ้นฮ่องกง ซึ่งเคยเป็นตลาดที่มีปริมาณการซื้อขายสูงสุด