สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐผ่านร่างกฎหมายสนับสนุนเงินทุนชั่วคราวแก่รัฐบาล ช่วยหลีกเลี่ยงความขัดแย้งด้านงบประมาณ
สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติด้วยคะแนนเสียง 267-151 เห็นชอบมาตรการสนับสนุนเงินทุนให้แก่โครงการต่างๆของรัฐบาลต่อไปจนถึงสิ้นปีงบประมาณในวันที่ 30 ก.ย.นี้ และคาดว่าวุฒิสภา ซึ่งพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากจะผ่านร่างกฎหมายแบบเดียวกันนี้ในสัปดาห์หน้า
ถ้าหากไม่มีร่างกฎหมายดังกล่าว หน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐก็จะขาดงบประมาณในการดำเนินงานตั้งแต่วันพุธที่ 27 มี.ค.นี้เป็นต้นไป ร่างกฎหมายจัดสรรเงินทุนให้แก่รัฐบาลฉบับนี้ออกมาในขณะที่ปธน.โอบามาเชื้อเชิญวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันให้มาร่วมรับประทานอาหารเย็นที่โรงแรมเจฟเฟอร์สันใกล้ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน
เจ้าหน้าที่ในฝ่ายบริหารของปธน.โอบามา กล่าวว่า ปธน.โอบามาต้องการจะพูดคุยกับสมาชิกสภาคองเกรสพรรครีพับลิกัน โดยหวังว่าจะนำไปสู่การบรรลุข้อตกลงในการลดยอดขาดดุลงบประมาณ
การรับประทานอาหารเย็นในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ปธน.โอบามาได้แก้ไขภาพลักษณ์ของเขาในสายตาของสมาชิกพรรครีพับลิกันเนื่องจากมีการมองกันว่า ปธน.โอบามาไม่เต็มใจที่จะพิจารณามาตรการตัดงบรายจ่ายที่ยากลำบากบางมาตรการ ซึ่งรวมถึงการตัดงบประมาณสำหรับโครงการเงินบำนาญและโครงการเมดิแคร์ (ประกันสุขภาพสำหรับคนชรา)
การหารือในระหว่างการรับประทานอาหารเย็นในครั้งนี้ มุ่งความสนใจไปยังประเด็นด้านงบประมาณ ขณะที่ปธน.โอบามาหารือประเด็นสำคัญอื่นๆ ซึ่งรวมถึงประเด็นการปฏิรูปการตรวจคนเข้าเมือง, การควบคุมอาวุธปืน และการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของภาวะอากาศ ในการประชุมที่สภาคองเกรสในสัปดาห์หน้า
กำหนดการพบปะระหว่างปธน.โอบามาและสมาชิกพรรครีพับลิกันในช่วงนี้ แสดงให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายได้พัฒนาขึ้น หลังจากที่เคยมีท่าทีขัดแย้งกันในช่วงก่อนหน้านี้
สิ่งนี้บ่งชี้ว่า ปธน.โอบามาและสมาชิกพรรครีพับลิกันอาจใส่ใจต่อสัญญาณบ่งชี้ว่า ประชาชนเริ่มหมดความอดทนต่อนักการเมืองสหรัฐ โดยในช่วงนี้ชาวสหรัฐ มองว่า ความยุ่งยากต่างๆที่เกิดขึ้นที่สนามบินและที่อื่นๆเป็นผลมาจากมาตรการตัดงบรายจ่ายโดยอัตโนมัติ (sequestration) ที่เริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มี.ค. หลังจากสมาชิกสภาคองเกรสและทำเนียบขาวไม่สามารถตกลงกันได้ในการหาทางเลือกอื่นมาใช้แทนที่ sequestration





