รัฐบาลจีนเดินนโยบายการคลังเชิงรุก เพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐ พัฒนาระบบสาธารณสุข ป้องกันมลพิษทางอากาศ และผลักดันการส่งออกสินค้าวัฒนธรรมอีกครั้ง
รายงานงบประมาณจากกระทรวงการคลังจีน เผยแพร่ในที่ประชุมสภาประชาชน ระบุว่า การขาดดุลงบประมาณของจีนในปีนี้อาจสูงถึง 1.93 แสนล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เมื่อรัฐบาลจีนใช้นโยบายการคลังเชิงรุก ซึ่งหมายถึงการเพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐ รวมทั้งเพิ่มงบประมาณทางทหารอีก 10.7% เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กองทัพ แต่ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นโครงการทางสังคม ซึ่งจะช่วยปรับสมดุลทางเศรษฐกิจและเสริมผลประโยชน์ของผู้บริโภค ลดพึ่งพาการส่งออกและการลงทุนด้านสาธารณูปโภคให้น้อยลง
งบประมาณที่เพิ่มมากที่สุด คือ ด้านสาธารณสุข เพิ่มขึ้นถึง 27% เป็น 4.2 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังจากรัฐบาลจีนต้องเผชิญกับปัญหาผู้สูงอายุที่เพิ่มจำนวนขึ้นมากเจ็บป่วยเรื้อรัง และปัญหาช่องว่างระหว่างคนรวยคนจน ตามมาด้วยงบประมาณการศึกษาเพิ่มขึ้น 9.3% เน้นการเพิ่มการศึกษาในชนบทและโภชนาการของนักเรียน
ขณะที่งบประมาณสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น 18.8% เพื่อแก้ปัญหามลพิษทางอากาศในปักกิ่งและเมืองอื่น ๆ อีกทั้งจีนยังต้องปรับปรุงภาพลักษณ์ในสายตาของชาวต่างประเทศ จึงเพิ่มงบประมาณด้านวัฒนธรรม กีฬา และสื่ออีก 9.3% เพื่อเพิ่มการสื่อสารระหว่างประเทศ และส่งออกผลิตภัณฑ์ด้านวัฒนธรรมและบริการ นอกจากนี้ นโยบายการคลังเชิงรุกยังรวมถึงการปฏิรูประบบคลังและภาษี รวมทั้งการกระจายรายได้ใหม่ด้วย





