อุณหภูมิวิกฤติการคลังของสหรัฐลดระดับความร้อนแรงลง หลังผู้นำสหรัฐจับเข่าคุยสมาชิกคองเกรสจากพรรครีพับลิกันมากขึ้น
ประธานาธิบดีบารัก โอบามา เดินหน้าหารือกับสมาชิกสภาคองเกรสพรรครีพับลิกันมากขึ้นเพื่อหาแนวทางในการยุติมาตรการตัดงบรายจ่ายวงเงิน 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ (sequestration) ส่วนสมาชิกสภาคองเกรสพรรครีพับลิกัน ก็ได้ประกาศแผนการในการป้องกันไม่ให้หน่วยงานรัฐบาลต้องปิดทำการ
โอบามา ได้หารือกับนางซูซาน คอลลินส์ วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันจากรัฐเมน และนายทอม โคเบิร์น วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันจากรัฐโอกลาโฮมา หลังจากปธน.โอบามาได้หารือกับวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันอีกหลายคนในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยโอบามาต้องการที่จะคลี่คลายวิกฤติการคลังขณะที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่สอง
ผู้ช่วยของนางคอลลินส์ กล่าวกับรอยเตอร์ว่า โอบามาและนางคอลลินส์ได้หารือกันถึงความจำเป็นที่ทั้งสองพรรคจะต้องบรรลุข้อตกลงในประเด็นสำคัญ เช่น การควบคุมหนี้ของรัฐบาลกลางสหรัฐ ซึ่งมีวงเงิน 16.7 ล้านล้านดอลลาร์ และการจัดการกับมาตรการตัดงบรายจ่ายอัตโนมัติของสหรัฐ
ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โอบามา ได้เสนอให้มีการปรับลดโครงการสวัสดิการสังคม เช่น เมดิแคร์ (ประกันสุขภาพสำหรับคนชราและคนพิการ) และสวัสดิการสังคมสำหรับผู้เกษียณอายุ
ถึงแม้โอบามาเคยเสนอให้มีการออมเงินในโครงการเหล่านี้ แต่เขาก็ยืนยันว่ามาตรการปรับลดยอดขาดดุลงบประมาณจำเป็นต้องบรรจุมาตรการขึ้นภาษีครั้งใหญ่เอาไว้ด้วย แต่สมาชิกพรรครีพับลิกันคัดค้านแนวคิดนี้
ทั้งนี้ ถ้าหากสภาคองเกรสไม่ยุติ sequestration มาตรการนี้ก็จะดำเนินต่อไปอย่างเต็มที่จนถึงวันที่ 30 ก.ย. โดยครึ่งหนึ่งของมาตรการนี้เป็นการตัดงบทางการทหาร ส่วนอีกครึ่งหนึ่งจะเป็นการตัดงบประมาณสำหรับโครงการภายในประเทศหลายพันโครงการ





