รัฐบาลญี่ปุ่นผ่านงบประมาณพิเศษ 13.1 ล้านล้านเยน หรือราว 142,000 ล้านดอลลาร์ นับเป็นส่วนสำคัญในความพยายามที่จะแก้ปัญหาเงินฝืด
เงินงบประมาณก้อนใหม่ที่ได้มานี้ จะถูกนำไปสนับสนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลากหลายทาง รวมถึง การสร้างงาน ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานสำหรับผู้สูงอายุญี่ปุ่น และการซ่อมแซมฟื้นฟูพื้นที่เสียหายหาเหตุแผ่นดินไหว-สึนามิ เมื่อปี 2554
ยอดเงินใช้จ่ายดังกล่าว อาจพุ่งไปสูงถึง 20 ล้านล้านเยน หากนำการใช้จ่ายของส่วนบริหารท้องถิ่น และหน่วยงานราชการต่างๆ เข้ามารวมไว้ด้วย
ในช่วง 3 เดือน ระหว่างเดือนตุลาคม ถึงธันวาคมที่ผ่านมา เศรษฐกิจญี่ปุ่นหดดตัวเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน ทำให้ตกอยู่ในสถานะใกล้ถดถอยอย่างมาก ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากความต้องการส่งออกซบเซา และความวิตกในความสามารถของรัฐบาลที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจ
ที่ผ่านมา นายอาเบะได้ให้คำมั่นถึงการทำให้ญี่ปุ่นหลุดพ้นจากภาวะราคาสินค้าร่วงลงต่อเนื่องมานานหลายปี ผ่านการใช้จ่ายครั้งใหญ่ และผ่อนคลายนโยบายทางการอย่างหนัก ทั้งยังได้กดดันให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ดำเนินมาตรการทางการเงินตามที่ต้องการ
ทางด้านนายทาโร อาโซะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่น ได้ออกมาเตือนในวันเดียวกันว่า อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ที่เคลื่อนตัวอย่างผันผวน ถือเป็นปัจจัยลบต่อเศรษฐกิจ ขณะที่ค่าเงินเยนพุ่งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับแผนปรับโครงสร้างการคลังของอิตาลี
นายอาโซะ ชี้ว่า การที่อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศแกว่งตัวขึ้นลงอย่างรุนแรงถือเป็นปัจจัยที่ไม่พึงประสงค์ พร้อมย้้ำว่า ตลาดปริวรรตเงินตราที่มีเสถียรภาพจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ เงินเยนซื้อขายวานนี้ (26 ก.พ.) ในตลาดเอเชีย แข็งค่าขึ้นมา 91.76 เยนต่อดอลลาร์ จากระดับปิดที่ 94.77 เยนต่อดอลลาร์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (25 ก.พ.)





