หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ แบงก์ชาติอินโดนีเซีย ชี้จำเป็นต้องจำกัดเพดานต่างชาติเข้าถือหุ้นในธนาคารท้องถิ่นไม่เกิน 49%
นายไรอัน คีร์ยานโต หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ แบงก์ เนการา อินโดนีเซีย (บีเอ็นไอ) หรือธนาคารกลางอินโดนีเซีย แสดงความเห็นว่า การเข้าถือหุ้นในภาคธนาคารอินโดนีเซีย ของนักลงทุนต่างประเทศนั้น ควรถูกจำกัดไว้ให้สูงสุดไม่เกิน 49% และการเข้าถือหุ้น ก็ต้องเป็นแบบที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นด้วย
นายคีร์ยานโต กล่าวด้วยว่า แม้จะมีการจำกัดเพดานไว้ที่ 49% แล้วก็ตาม สัดส่วนดังกล่าวก็ยังถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ อย่างเช่น กรณีของมาเลเซีย ที่นักลงทุนต่างชาติสามารถเข้าถือหุ้นในธนาคารท้องถิ่นได้เพียง 17% เท่านั้น ขณะที่ออสเตรเลัย อนุญาตให้ต่างชาติถือหุ้นได้ 35%
ที่ผ่านมา การขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างน่าประทับใจของอินโดนีเซีย ด้วยอัตราที่มากกว่า 6% ต่อปี กลายเป็นปัจจัยดึงดุดให้นักลงทุนต่างประเทศ เข้ามาลงทุนในอินโดนีเซียมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมธนาคาร ซึ่งนายคีร์ยานโต ชี้ว่า เมื่อพิจารณาจากวิกฤติธนาคารที่กำลังเกิดขึ้นในยุโรป จะเห็นได้ว่า การเข้าครองกิจการของนักลงทุนต่างชาติ เป็นเหมือนกับดาบ 2 คม
ในทางหนึ่ง การเข้ามาของต่างชาติ สามารถดึงดูดเงินทุน และการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีที่จำเป็น เพื่อพัฒนาธุรกิจธนาคาร แต่ในอีกด้านหนึ่ง การเข้าเป็นเจ้าของธนาคาร ก็อาจเป็นอันตรายกับประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวิกฤติการเงินโลก ที่ธนาคารอินโดนีเซีย อาจต้องตกอยู่ในสถานการณ์อันเลวร้าย อย่างที่ยุโรปต้องเผชิญเมื่อเร็วๆ นี้
ท่าทีดังกล่าวของนายคีร์ยานโตมีขึ้น หลังเมื่อเร็วๆ นี้ นายแฮร์รี อัซฮาร์ อาซิส รองประธานคณะกรรมาธิการการเงิน และธนาคาร สภาผู้แทนราษฎร อินโดนีเซีย ระบุว่า ทางสภายังไม่มีการตัดสินใจใดๆ ในเรื่องของการจำกัดเพดานถือหุ้นของนักลงทุนต่างชาติ ในธุรกิจธนาคารท้องถิ่น





