เอฟบีไอรุดสอบดีลซื้อกิจการไฮนซ์ หวั่นทำอินไซด์เทรดดิ้ง ขณะที่ถกด่วนกลต.สหรัฐเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจหรือไม่
สำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐ (เอฟบีไอ) ประกาศว่า ทางเอฟบีไอ กำลังตรวจสอบกรณีการซื้อขายแบบใช้ข้อมูลวงใน (อินไซด์เทรดดิ้ง) ของบริษัท เอช.เจ ไฮนซ์ ผู้ผลิตซอสรายใหญ่ระดับโลก หลังจากเบิร์กไชร์ แฮทธาเวย์ บริษัทเพื่อการลงทุนของ"วอร์เรน บัฟเฟตต์" และบริษัททรีจี แคปปิตอลของบราซิล ประกาศเข้าซื้อกิจการบริษัทเอช.เจ. ไฮนซ์ เป็นวงเงินมูลค่า 2.8 หมื่นล้านดอลลาร์ และถือเป็นการเข้าซื้อในอุตสาหกรรมอาหารครั้งใหญ่ที่สุดของโลก
โฆษกของเอฟบีไอ"ปีเตอร์ โดนัลด์" เผยว่า เอฟบีไอ ได้รับแจ้งเรื่องการซื้อขายที่ผิดปกติก่อนที่ไฮนซ์จะออกแถลงการณ์ และกำลังปรึกษากับคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ เพื่อพิจารณาว่ากรณีดังกล่าวถือเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจหรือไม่
เมื่อวันศุกร์ (15 ก.พ.) กลต.ของสหรัฐ ได้รับคำสั่งฉุกเฉินจากศาล ให้อายัดบัญชีธนาคารบัญชีหนึ่งในเมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตามข้อกล่าวหาที่ว่าเทรดเดอร์ซื้อขายออพชั่นได้รับข้อมูลการซื้อกิจการไฮนซ์ก่อนหน้าที่จะมีการประกาศ และได้ผลประโยชน์จากดีลครั้งนี้มากกว่า 1.7 ล้านดอลลาร์
สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือรายใหญ่ทั้ง 3 แห่ง ต่างมีปฏิกริยาต่อข่าวการเข้าซื้อกิจการไฮนซ์ โดยฟิทช์ เรทติ้งส์ ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อของไฮนซ์ลง 3 ขั้น มาอยู่ที่ระดับ BB+ จากระดับ BBB+ และให้แนวโน้มเป็นลบ ขณะที่มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส และสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอส แอนด์ พี) ประกาศจับตาอันดับความน่าเชื่อถือของไฮนซ์ โดยมีความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับลดเครดิต หลังการประกาศข้อตกลงดังกล่าว





