วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตลาดค้าอาวุธโลกหดตัวครั้งแรกในรอบ18ปี

ยอดขายบริษัทค้าอาวุธหดตัวครั้งแรกตั้งแต่ปี 2537 หลังวิกฤติเศรษฐกิจพ่นพิษ ทำชาติต่างๆ ปรับลดงบประมาณ

สถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติแห่งสตอกโฮล์ม (เอสไอพีอาร์ไอ) เปิดเผยวันนี้ (18 ก.พ.) ว่า ปีที่แล้วนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2537 ที่หลังจากได้มีรวมค่าเงินเฟ้อแล้ว ยอดขายของบริษัทค้าอาวุธ 100 อันดับแรกของโลกไม่รวมจีน ลดลง 5% จากปีก่อน ผลพวงจากวิกฤติเศรษฐกิจทำให้มีการตัดลดงบประมาณลง และแม้ไม่รวมค่าเงินเฟ้อ ยอดขายก็ยังตกลงเหลือ 4.10 แสนล้านดอลลาร์ จาก 5.51 แสนล้านดอลลาร์

เอสไอพีอาร์ไอแถลงว่านโยบายรัดเข็มขัด การลดงบประมาณรายจ่ายภาคทหาร และความล่าช้าในโครงการสรรหาอาวุธ ล้วนมีผลกระทบต่อยอดขายโดยรวมทั้งในอเมริกาเหนือและยุโรปตะวันตก

นอกจากนี้ การถอนกำลังทหารออกจากอิรักและอัฟกานิสถาน รวมถึงการคว่ำบาตรในการส่งต่ออาวุธให้ลิเบีย ยังมีส่วนให้ยอดขายลดลงด้วย

นโยบายรัดเข็มขัดที่หลายประเทศได้มีการนำเสนอ ส่งผลให้บางบริษัทผันตัวเองไปเป็นผู้ชำนาญในการผลิตอาวุธบางชนิด ขณะที่บางบริษัทได้ลดขนาดลง หรือปรับไปหาอุตสาหกรรมที่ใกล้เคียงกัน เช่น การรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะความปลอดภัยทางไซเบอร์

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้ยังไม่รวมถึงตัวเลขยอดขายของบริษัทค้าอาวุธในจีน เนื่องจากขาดแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้

บริษัทผลิตอาวุธรายใหญ่ 100 เจ้าแรกนั้นส่วนใหญ่เป็นบริษัทอเมริกัน ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดโลก 60% และยุโรปซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดโลก 29% โดยบริษัทอันดับ 1 ของโลกคือ "ล็อกฮีด มาร์ติน" แห่งอเมริกา ซึ่งมียอดขาย 3.63 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2554 และตามมาด้วยอีกบริษัทจากอเมริกา คือ "โบอิง" ส่วนบริษัท "บีเออี ซิสเต็มส์" สัญชาติอังกฤษ ตามมาในอันดับสาม