ไออีเอหั่นคาดการณ์ความต้องการน้ำมันโลกปี"56 ท่ามกลางความต้องการที่เปราะบางในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกซบเซา
สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) ประเมินว่าความต้องการในปีนี้อาจลดลงวันละ 85,000 บาร์เรล สอดคล้องกับการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่ระบุว่า แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจกำลังชะลอตัวลง และเมื่อเดือนที่แล้ว ได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของโลกสำหรับปีนี้ ลงมาอยู่ที่ 3.5% จากระดับ 3.6%
ในการประเมินล่าสุดนี้ ไออีเอ คาดการณ์ว่า ความต้องการน้ำมันจะอยู่ที่ 90.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยกลุ่มยูโรโซน และละตินอเมริกา จะมีความต้องการลดลงมากที่สุด
ไออีเอ ชี้ว่า ความต้องการน้ำมันทั่วยุโรป น่าจะลดลง 260,000 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือลดลง 1.9% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ว่าจะลดลงราว 235,000 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทั้งยังเผยว่า ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา การจัดหาน้ำมันโลก ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 12 เดือน ลดลง 100,000 บาร์เรลต่อวัน อยู่ที่ 30.34 ล้านบาร์เรลต่อวัน แม้ซาอุดีอาระเบีย และคูเวต จะทำการผลิตเพิ่มขึ้นก็ตาม
อย่างไรก็ดี การคาดการณ์ของไออีเอ สวนทางกับการประเมินของสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) ไที่ด้ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ความต้องการน้ำมันในตลาดโลกว่าจะเพิ่มขึ้น 1.05 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีนี้ ซึ่งสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ครั้งก่อน 110,000 บาร์เรลต่อวัน เนื่องจากเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้น
การคาดการณ์ข้างต้นเกิดขึ้นในวันเดียวกับที่ การปิโตรเลียมสหรัฐ (เอพีไอ) เปิดเผยว่าสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลงเป็นครั้งแรกในปีนี้ โดยเอพีไอระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบลดลง 2.3 ล้านบาร์เรล สต็อกน้ำมันกลั่นลดลง 1.1 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 810,000 บาร์เรล
ก่อนหน้านี้ กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) ออกรายงานคาดการณ์ว่า ปริมาณการใช้น้ำมันในตลาดโลกอาจจะเพิ่มขึ้น 840,000 บาร์เรลต่อวันในปีนี้ ซึ่งสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ครั้งก่อนอยู่ราว 80,000 บาร์เรลต่อวัน





