อัตราเงินเฟ้อของอังกฤษในเดือนม.ค.ยังอยู่ในระดับสูงสุดนับแต่เดือนพ.ค.ปีที่ผ่านมา หลังราคาน้ำมันดิบทะยาน
สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษ (โอเอ็นเอส) เผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) ในเดือนมกราคมขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2.7% สอดคล้องกับการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ของบรรดานักเศรษฐศาสตร์ ขณะที่ราคาวัตถุดิบโรงงานขยับขึ้นมากสุดในรอบ 5 เดือน
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่่านมา อัตราเงินเฟ้ออังกฤษขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้แรงหนุนจากการปรับขึ้นราคาพลังงานของบริษัทไฟฟ้า และน้ำมันท้องถิ่นบางราย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อไปถึงเดือนหน้า เมื่อมีการนำราคาที่บริษัทไฟฟ้าอีกแห่งหนึ่งเตรียมจะขึ้นราคาเข้ามารวมไว้ในการคำนวนซีพีไอประจำเดือนกุมภาพันธ์
โอเอ็นเอส ระบุด้วยว่า เงินปอนด์ที่อ่อนค่าลง ยังเพิ่มแรงกดดันค่าขึ้นให้กับดัชนีเงินเฟ้อด้วย เพราะทำให้ต้นทุนการนำเข้าเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเมื่อวานนี้ เงินปอนด์อ่อนค่าลงมาแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน ที่ 1.5573 ดอลลาร์ต่อปอนด์ ซึ่งนับแต่ต้นปี ค่าเงินของอังกฤษร่วงลงมาแล้วถึง 4.1% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ และอ่อนค่าลงไปถึง 6% เมื่อเทียบกับเงินยูโร
รายงานที่ออกมาล่าสุด ยังแสดงให้เห็นว่า เงินเฟ้อราคาค้าปลีก ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเจรจาค่าจ้างแรงงานนั้น ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3.3% ในเดือนที่แล้ว จากระดับ 3.1% เมื่อเดือนธันวาคม ถือเป็นการปรับตัวในอัตราเร็วสุดในรอบ 9 เดือน ขณะที่ดัชนีราคาค้าปลีกไม่รวมถึงการชำระดอกเบี้ยสินทรัพย์จดจำนอง ก้ปรับตัวมาอยู่ที่ระดับ 3.3% เช่นเดียวกัน
นายรอส วอล์คเกอร์ นักเศรษฐศาสตร์จากรอยัล แบงก์ ออฟ สก็อตแลนด์ กรุ๊ป ในกรุงลอนดอน อังกฤษ ระบุว่า เงินเฟ้อราคาค้าปลีกที่พุ่งสุงขึ้นนี้ จะเป็นแรงกดดันต่อราคาในระยะใกล้ และคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะทรงตัวอยู่ในระดับนี้ไปจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2556
นอกจากเงินเฟ้อแล้ว โอเอ็นเอส ยังเผยข้อมูลราคาวัตถุดิบโรงงานที่ปรับตัวขึ้น 1.3% ในเดือนมกราคม โดยการทะยานขึ้นของราคาวัตถุดิบรายเดือนนี้ เป็นผลมาจากราคาน้ำมันดิบที่ทะยานขึ้นมา 3.1% และราคาเหล้กนำเข้าที่ขยับขึ้น 1.6%





