ธนาคารกลางรัสเซีย ระบุ 10 ปีที่ผ่านมา หลังวลาดิมีร์ ปูติน เป็นผู้นำรัสเซีย มีทองคำเพิ่มขึ้น 570 เมตริกตัน ซึ่งเป็นยอดซื้อที่มากกว่าคู่แข่งอย่างจีนถึง 1 ใน 4 ส่วน
ปธน.ปูตินไม่เพียงทำให้รัสเซียกลายเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก แต่ยังทำให้รัสเซียกลายเป็นผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลกอีกด้วย ข้อมูลของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ ชี้ว่า ทองคำที่เพิ่มขึ้่นของรัสเซีย มีน้ำหนักมากเกือบ 3 เท่า ของอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพของสหรัฐ
ส.ส.ในพรรคยูไนเต็ด รัสเซีย ของปูติน "อีฟเชนี เฟโดรอฟ" ให้สัมภาษณ์ว่า ยิ่งประเทศมีทองคำมากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีอำนาจอธิปไตยมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เกิดหายนะขึ้นกับค่าเงินสกุลดอลล่าร์ / ยูโร / ปอนด์ หรือสกุลเงินสำรองอื่น ๆ
คณะกรรมการทองคำโลก ระบุในรายงานว่า แม้ว่าปูตินจะกว้านซื้อทองคำเป็นจำนวนมาก ทำให้รัสเซียเป็นผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลก และมีทองคำสำรองอยู่ 958 ตัน แต่ก็ยังได้ชื่อว่าเป็นผู้ครอบครองทองคำในอันดับที่ 8 ของโลก
อันดับที่ 1 ยังคงเป็นของสหรัฐ ที่มีประมาณ 8,134 ตัน ตามด้วยเยอรมนี 3,391 ตัน , ไอเอ็มเอฟ ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่วอชิงตัน 2,814 ตัน , อิตาลีอันดับ 4 , ฝรั่งเศส อันดับ 5 , จีน อันดับ 6 และสวิตเซอร์แลนด์ อันดับ 7
ขณะที่ปูตินเป็นผู้นำในการสะสมทองคำ หลายชาติต้องขายทองคำเพื่อชำระหนี้ สวิตเซอร์แลนด์ต้องทะยอยเอาทองคำออกขายไปแล้ว 877 ตัน ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่า 48,000 ล้านดอลลาร์ ตามด้วยฝรั่งเศส 589 ตัน ขณะที่สเปน เนเธอร์แลนด์ และโปรตุเกส ขายไปกว่า 200 ตัน





