รัฐบาลอังกฤษ ชี้ หากสก็อตแลนด์แยกตัวออกจากสหราชอาณาจักร อาจสูญเสียอำนาจในเวทีนานาชาติ
เอกสารความเห็นทางกฎหมายจำนวน 57 หน้า ที่ร่างถึงรัฐบาลอังกฤษโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ 2 คน ระบุว่า การแยกตัวออกจากสหราชอาณาจักร อาจส่งผลกระทบต่อสก็อตแลนด์อย่างมาก
จากกรณีตัวอย่างที่เคยเกิดขึ้นในเวทีระดับนานาชาติชี้ว่า หากสก็อตแลนด์แยกเป็นเอกราชจะถือว่าเป็น “รัฐใหม่” ตามกฎหมายทันที ซึ่งจะมีผลให้ต้องทำเรื่องเข้าร่วมกลุ่มระหว่างประเทศอีกครั้ง เช่น อียู, สหประชาชาติ และนาโต้ เป็นต้น
รัฐบาลอังกฤษ แถลงว่า “หากสก็อตแลนด์กลายเป็นรัฐเอกราช ประเทศที่เหลือในสหราชอาณาจักรก็จะยังมีสิทธิ ภาระผูกพัน และอำนาจต่างๆตามกฎหมายระหว่างประเทศเช่นเดิม และไม่จำเป็นต้องเจรจาสนธิสัญญาหรือสมัครสมาชิกภาพในองค์กรระหว่างประเทศอีกรอบ”
การเผยแพร่ความเห็นทางกฎหมายครั้งนี้ ดูเหมือนจะมีนัยยะแอบแฝง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของอังกฤษหากชาวสก็อตลงมติให้แยกเป็นเอกราชและนำไปสู่การล่มสลายของสหราชอาณาจักร ซึ่งประกอบไปด้วยอังกฤษ, สก็อตแลนด์, เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ
นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ได้เข้าร่วมการดีเบทเมื่อวานนี้ (10 ก.พ.) โดยยอมรับว่าสก็อตแลนด์สามารถแยกเป็นประเทศเอกราชได้ แต่เขาอ้างว่าสก็อตแลนด์อาจอยากเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักรมากกว่า
ขณะเดียวกัน อนาคตและเกียรติประวัติของคาเมรอนกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย เขาได้เรียกร้องให้มีการชี้ชะตาประเทศด้วยการเลือกตั้งครั้งหน้าในปี 2558 และพรรคอนุรักษ์นิยมก็คงจะไม่ให้อภัยเขาแน่หากสหราชอาณาจักรต้องล่มสลายในสมัยที่คาเมรอนเป็นนายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ ฝ่ายสนับสนุนการแยกตัวจากสหราชอาณาจักร พรรคสก็อตติช เนชั่นแนล (เอสเอ็นพี) ซึ่งเป็นรัฐบาลของสก็อตแลนด์ในขณะนี้ มีแผนจัดทำประชามติในประเด็นดังกล่าว ซึ่งมีความอ่อนไหวทางการเมืองและกระทบความรู้สึกของประชาชนในปี 2557





