เศรษฐกิจสหรัฐไตรมาสสี่มีแนวโน้มขยายตัวเล็กน้อย เนื่องจากยอดส่งออกดีดตัวขึ้น และปริมาณการนำเข้าน้ำมันลดลง
รายงานล่าสุดจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐระบุว่า ยอดขาดดุลการค้าสหรัฐเดือนธันวาคมหดแคบลงต่ำสุดในรอบ 3 ปี แสดงให้เห็นว่าปริมาณการค้าไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้วช่วยหนุนให้เศรษฐกิจขยายตัว ต่างจากรายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่ให้ภาพเศรษฐกิจชะลอตัวลงผิดคาด หลังจากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ หรือจีดีพีถูกการคาดการณ์ว่าเติบโตลดลง 0.1% ซึ่งตัวเลขคาดการณ์ที่ออกมาก่อนหน้านี้เล่นเอานักเศรษบกิจขวัญผวาไปตามกัน เนื่องจากพวกเขาคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐควรขยายตัวอยู่ที่ระดับ 1.1%
คริส วิลเลี่ยมสัน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากเมอร์กิต กล่าวว่าตัวเลขการค้าเดือนธันวาคมช่วยตอกย้ำความมั่นใจ และเพิ่มความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจสหรัฐช่วงปลายปี
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์สหรัฐยังได้ประกาศตัวเลขสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนธันวาคมปรับตัวลดลงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวอาจฉุดจีดีพีให้ลดลง แต่นักเศรษฐศาสตร์มองว่าคงไม่ได้ถ่วงเศรษฐกิจให้ตกลงมากนักจนส่งผลกระทบต่อภาพรวมเชิงบวกของตัวเลขขาดดุลการค้าเดือนธันวาคม
เมื่อนำตัวเลขที่ประกาศมาประมวลภาพรวมเศรษฐกิจ มีแนวโน้มว่าเศรษฐกิจสหรัฐปลายปียังคงขยายตัวต่อไป และยังชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจต้นปี 2556 จะขยายตัวเร็วขึ้น บริษัทที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจมหภาครายหนึ่งมองว่า เศรษฐกิจไตรมาสสี่น่าจะขยายตัวที่ 0.5%
นักเศรษฐศาสตร์จากเจพี มอร์แกน กล่าวว่า ตัวเลขสินค้าคงคลังที่ปรับตัวลงสนับสนุนสิ่งที่เขาคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไตรมาสแรกปีนี้จะขยายตัวที่ 1.5% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เหตุที่ภาพขยายตัวออกมาไม่สวยหรูนักเป็นเพราะผลจากการบังคับใช้กฎหมายขึ้นภาษีสำหรับผู้มีรายได้สูงตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมเป็นต้นมา





