ทางการอินเดียเผยการเติบโตเศรษฐกิจปี56 อาจแย่สุดในรอบทศวรรษ ท่ามกลางความคาดหวังจากนักลงทุนทั่วโลก
กระทรวงสถิติอินเดีย คาดว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของประเทศในปีนี้ จะเติบโตราว 5% ต่ำกว่า 6.2% ของปีที่แล้ว และ 9% ของปี 2554
สภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจของอินเดียมีผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจโลก เนื่องจากกำลังซื้อของชาวอินเดียในการซื้อสินค้าส่งออกจากประเทศแถบยุโรปจะน้อยลงและนักลงทุนจะขาดความเชื่อมั่นในการลงทุนในอินเดีย
การชะลอตัวทางเศรษฐกิจของอินเดีย มีสาเหตุมาจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ล่าช้าเพราะมีข้อจำกัดทางกฎหมายและนโยบายรัฐบาลที่ไม่เอื้อต่อการลงทุน นอกจากนี้ อัตราดอกเบี้ยนโยบายสูงที่รัฐตั้งไว้เพื่อป้องกันภาวะเงินเฟ้อและแก้ปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดและการขาดดุลทางการคลังก็มีผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) รายงานว่า อัตราการเจริญเติบโตที่ 5% ก็ยังน่าดึงดูดมากกว่าเศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะถดถอยในทวีปยุโรป แต่ตัวเลข 5% ยังไม่เพียงพอที่จะพัฒนาประเทศที่ประชากรประมาณ 30% ของประเทศมีค่าใช้จ่ายรายวันเฉลี่ยที่ประมาณ 35 บาทต่อวัน และมีประชากรกว่า 13 ล้านคนที่ถึงวัยทำงานทุกปี ดังนั้น รัฐบาลอินเดียต้องรีบสร้างงานเพื่อป้องกันการเกิดความไม่สงบในสังคม
นักวิเคราะห์จากเอชเอสบีซี กล่าวว่า เศรษฐกิจอินเดียจะเริ่มมีการฟื้นตัวในครึ่งหลังของปีนี้ ส่วนเศรษฐกิจจีนก็ได้เริ่มมีการฟื้นตัวแล้วโดยอัตราการเจริญเติบโตของไตรมาส 4 เมื่อปีที่แล้วเพิ่มขึ้นจาก 7.4%ในไตรมาส เป็น 7.9%
ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์บางคน แสดงความแปลกใจต่อการหดตัวของเศรษฐกิจอินเดีย เพราะว่าเมื่อ 2 เดือนก่อน รัฐมนตรีคลังอินเดีย “พาลานิพพาน ชิตะบรม” เคยออกมาคาดการณ์อัตราการเติบโตปีปัจจุบันไว้ที่ 5.8%
รัฐมนตรีคลังอินเดีย กล่าววานนี้ (7 ก.พ.) ว่า อัตราการเจริญเติบโตน่าจะเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 5% เพราะรัฐบาลเริ่มใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมาตั้งแต่เดือนกันยายน เช่น อนุมัติให้กลุ่มร้านค้าปลีกต่างประเทศมาเปิดสาขาในอินเดีย อนุญาตให้สายการบินต่างชาติเข้ามาซื้อหุ้นของสายการบินภายในประเทศ และ ขึ้นราคาน้ำมันที่รัฐบาลเคยอุ้มไว้





