วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธนาคารกลางอังกฤษคงดอกเบี้ย-เดินหน้าQE

ธนาคารกลางอังกฤษประกาศคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ ที่ 0.50% พร้อมเดินหน้าคิวอี ปั๊มเงินเข้าระบบฟื้นเศรษฐกิจ

ธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ ที่ 0.50% พร้อมเดินหน้านโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือคิวอี เพื่ออัดฉีดเงินสดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจประเทศ เฉียดที่จะตกไปอยู่ในภาวะถดถอยรอบใหม่

บีโออีแถลงว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายธนาคารกลางอังกฤษ มีมติที่จะคงอัตราดอกเบี้ยสำหรับทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของธนาคารพาณิชย์ไว้ในระดับเดิม และยังคงเงินอัดฉีดคิวอีไว้ที่ 375,000 ล้านปอนด์เหมือนเดิม

เนื้อหาในแถลงการณ์ที่ยาวกว่าปกติครั้งนี้ ระบุว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม ยังคงราบเรียบอยู่ แม้ว่าจะมีความกังวลว่าเศรษฐกิจอังกฤษ อาจกำลังมุ่งหน้าสู่ภาวะถดถอยเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 5 ปี ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารได้นำมาตรการคิวอีเข้ามาใช้ ในความพยายามที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น ที่ในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว หดตัวลงไป 0.3% ผิดไปจากที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ดี ตลอดทั้งปี 2555 เศรษฐกิจอังกฤษแทบไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ด้วยอัตราการเติบโตที่ 0%

บีโออี ชี้ว่า เมื่อพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจแล้ว ดูเหมือนว่าผลผลิตโดยรวมจะตกอยู่ในภาวะซบเซาเป็นวงกว้าง โดยส่วนใหญ่สะท้อนให้เห็นถึงการร่วงลงอย่างรุนแรงในภาคอุตสาหกรรมหนึ่งอุตสาหกรรมใดโดยเฉพาะ แต่ไม่มีแนวโน้มว่าจะเกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในปี 2556

ในทางตรงกันข้าม ผลผลิตโดยรวมของภาคการผลิต และบริการ มีการเติบโตพอสมควร ซึ่งการสำรวจความเห็นภาคธุรกิจ ส่งสัญญาณให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตที่ยังซบเซาอยู่ในระยะอันใกล้

บีโออี เผยด้วยว่า เงินเฟ้อช่วง 12 เดือนอาจจะขยับขึ้นเล็กน้อยในระยะใกล้ และอาจจะทะยานไปอยู่เหนือระดับ 2.0% ในช่วง 2 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ดี คาดว่า เมื่อไปถึงจุดนั้นแล้ว อาจจะปรับตัวลงมาอยู่ในระดับเป้าหมาย จากการที่แรงกดดันด้านราคาลดลง

ทั้งนี้ มติของที่ประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายบีโออี สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดหมายมาก่อนหน้านี้ หลังจากที่นายมาร์ก คาร์นีย์ ว่าที่ผู้ว่าการแบงก์ชาติอังกฤษคนต่อไป เรียกร้องให้บีโออีเตรียมจัดทำแผนการเพื่อลดเงินอัดฉีดในมาตรการคิวอีอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนถึงเลิกใช้ในที่สุด ในความพยายามที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความปั่นป่วนในตลาดการเงินขึ้นมา