วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผู้จัดการกองทุนญี่ปุ่นเพิ่มน้ำหนักหุ้นเอเชีย

มุมมองผู้จัดการกองทุนญี่ปุ่น เตรียมจัดพอร์ตใหม่เพิ่มน้ำหนักให้กับหุ้นและพันธบัตร ลดการถือครองเงินสด คาดหนุนราคาสินทรัพย์โลกให้พุ่งขึ้น

ในการสำรวจความคิดเห็นผู้จัดการกองทุน 10 แห่งของญี่ปุ่นโดยสำนักข่าวรอยเตอร์ ระหว่างวันที่ 17-23 มกราคม ยังพบด้วยว่า ความพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ผ่านการกดดันธนาคารกลางญี่ปุ่น หรือบีโอเจให้เข้าซื้อสินทรัพย์แบบไม่อั้น ไม่ได้ช่วยให้ผู้จัดการกองทุนเหล่านี้หันมาสนใจลงทุนหุ้นในประเทศมากขึ้น แต่ให้ความสำคัญกับตลอดหุ้นนอกประเทศอย่างเอเชียมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ และยุโรปชงมาตรการผ่อนคลายการเงินออกมาในปีที่แล้ว และธนาคารกลางญี่ปุ่นก็กระโดดเข้ามาใช้มาตรการผ่อนคลายการเงินด้วยอีกราย ช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนตลาดทุนในหลายด้าน และทำให้มีสภาพคล่องเหลือเฟือคอยกระตุ้นให้ราคาหุ้นให้ค่อยๆ ปรับตัวสูงขึ้น

ผู้จัดการกองทุนได้ปรับพอร์ตลงทุนใหม่โดยให้น้ำหนักในตลาดหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 41.1% จาก 40.7% ในเดือนธันวาคม ขณะที่เพิ่มพอร์คตลงทุนในพันธบัตรเป็น 52.2% จาก 52.0% ในเดือนก่อน พร้อมกับลดสัดส่วนถือครองเงินสดลงเหลือ 4.0% จาก 4.6%

แม้ว่าสัดส่วนพอร์ตในส่วนของตลาดหุ้นจะถูกปรับเพิ่มขึ้น แต่ยังต่ำกว่าอัตราเฉลี่ยที่ให้น้ำหนักเมื่อปีที่แล้วที่ 42.6% เนื่องจากผู้จัดการกองทุนเหล่านี้มองว่าเศรษฐกิจโลกคงปรับตัวในระดับปานกลาง

ผู้จัดการกองทุนอีกรายหนึ่งจากบริษัทบริหารสินทรัพย์ญี่ปุ่น กล่าวว่า ปัจจุบันมีแต่สหรัฐ และจีนเท่านั้นที่เป็นตัวขับเคลื่อนตลาด โดยที่จีนเองกำลังฟื้นตัว เนื่องจากมีการลงทุนในสินทรัพย์คงที่อย่างคึกคัก แต่จีนก็ยังมีปัญหาเงินเฟ้อให้กังวลอยู่ ดังนั้นจึงฝากผีฝากไข้กับจีนให้เป็นตัวดันเศรษฐกิจโลกได้ลำบาก ส่วนเศรษฐกิจสหรัฐกว่าจะฟื้นตัวได้ก็คงปลายปี และตัวผู้จัดการกองทุนยังเฝ้าดูผลกระทบจากมาตรการควบคุมทางการเงิน หรือการขึ้นภาษีของสหรัฐว่าจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคแค่ไหน

ในการพอร์ตลงทุน ผู้จัดการกองทุนได้เพิ่มลงทุนในหุ้นเอเชียเป็น 125% สูงสุดในรอบ 9 เดือนจากปีที่แล้วที่ให้น้ำหนักไว้ 11.6% อย่างไรก็ตาม พวกเขาค่อนข้างระวังตัวในการเข้าไปลงทุนในตลาดสหรัฐ โดยลดน้ำหนักลงทุนจาก 33.2% มาเหลือ 31.6%

ผู้จัดการกองทุนเพิ่มน้ำหนักลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่นเล็กน้อยเพียง 33.4% จาก 32.9% เมื่อเดือนที่แล้ว ด้วยมองว่าราคาคงปรับตัวต่อได้ไม่มากหลังจากดีดตัวแรงไปแล้วช่วงสองเดือนที่ผ่านมา