วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอสเอ็มอี เชื่อทำการตลาดผ่านทวิตเตอร์ไม่ได้ผล

ผู้ประกอบารเอสเอ็มอี ชี้ การทำการตลาดผ่าน ทวิตเตอร์ ไร้ผล

ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็ก 6 ใน 10 คนเชื่อว่า สื่อสังคมออนไลน์คืออุปกรณ์ซึ่งมีคุณค่าในการขับเคลื่อนยอดจำหน่ายของบริษัท อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่ประทับใจสื่อของบริษัท 'ทวิตเตอร์ อิงค์' โดยเพียง 3% ของนักธุรกิจ 835 คน ซึ่งตอบแบบสอบถามเท่านั้นระบุว่า ทวิตเตอร์มีศักยภาพในการส่งเสริมบริษัทของพวกเขา

ขณะที่บริการเครือข่ายด้านอาชีพของเว็บไซต์ ‘ลิงด์อิน’ ขยับขึ้นมาเป็นอันดับที่ 1 ในผลการสำรวจ โดย 41% ของผู้ตอบแบบสอบถามชี้ว่า ลิงด์อินสามารถสร้างข้อได้เปรียบทางธุรกิจได้ นอกจากนี้เว็บไซต์อื่นๆซึ่งมีคุณประโยชน์ต่อผู้ประกอบการขนาดเล็กได้แก่ ยูทูป (16%), กูเกิ้ล (16%) และเฟสบุ๊ค (14%)

ตัวเลขความนิยมดังกล่าวสะท้อนความท้าทายซึ่งทวิตเตอร์กำลังเผชิญ โดยทวิตเตอร์จำเป็นต้องแก้ไขปัญหาความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กและสาธิตให้เจ้าของบริษัทรายย่อยเห็นความสำคัญของการจูงใจลูกค้าด้วยข้อความขนาดสั้นให้ได้ ทั้งนี้ทวิตเตอร์อนุญาตให้ผู้ใช้บริการเขียนข้อความได้เพียงแค่ 140 ตัวอักษรต่อ 1 โพสเท่านั้น อย่างไรก็ตามทวิตเตอร์ อิงค์ระบุว่า บริษัทพึ่งเริ่มทำการตลาดกับธุรกิจขนาดเล็กเท่านั้น โดยผู้ประกอบการรายย่อยคือ แห่งรายได้สำคัญสำหรับเว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ต่างๆ อาทิเช่น กูเกิ้ล

นักธุรกิจวัย 47 ปีซึ่งจ้างพนักงาน 78 คนเขียนข้อความและตรวจจับความเคลื่อนไหวในเฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ ‘เดอแมนน์’ เปิดเผยว่า “ปัญหาของทวิตเตอร์คือ บริษัทไม่สามารถสร้างความเป็นส่วนร่วมกับลูกค้าได้อย่างลึกซึ้ง”
นอกจากนี้ผู้ประกอบการรายย่อยต้องเผชิญกับข้อกำจัดด้านเวลาและเงินในการศึกษาวิธีที่เหมาะสมที่สุดเพื่อทำการตลาดในสื่อสังคมออนไลน์ โดยผลสำรวจค้นพบว่า ผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อย 4 ใน 10 คนเท่านั้น จ้างพนักงานประจำเพื่อทำการตลาดในสื่อสังคมออนไลน์โดยเฉพาะ และกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ประกอบการเหล่านี้ ใช้เวลาระหว่าง 1 -5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เท่านั้นในโลกออนไลน์ ขณะที่ 1 ใน 3 ไม่ให้ความสนใจทำการตลาดบนสื่อสังคมออนไลน์เลย

ทวิตเตอร์ อิงค์เปิดเผยว่า บริษัทพึ่งเริ่มจำหน่ายโฆษณาซึ่งเจาะกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยได้เพียง 1 ปี โดยเน้นการให้บริการเผยแพร่ข้อความขนาดสั้นและเจาะกลุ่มผู้ใช้ทวิตเตอร์ ก่อนหน้านี้ทวิตเตอร์จำหน่ายพื้นที่โฆษณาให้เฉพาะกับผู้ประกอบการรายใหญ่เท่านั้น และค่อยๆเปลี่ยนทิศทางมาให้บริการรายย่อยมากขึ้นในช่วงนี้


เฟซบุ๊คสามารถสร้างรายได้กว่า 4.28 พันล้านดอลลาร์จากการขายโฆษณาในปี 2555 ขณะที่ลิงด์อินกอบโกยเงินกว่า 668.7 ล้านดอลลาร์ในช่วง 9 เดือนแรกของปีที่แล้ว โดยรายได้กว่า 25% มากจากโฆษณา, การจ้างโพสข้อความทางอินเตอร์เน็ตและการทำการตลาดอื่นๆ