ปธน.โอบามาประกาศแนวทางปฏิรูปกม.ตรวจคนเข้าเมือง สอดคล้องหลักการของวุฒิสมาชิก ย้ำถึงเวลาปฏิรูปอย่างจริงจัง
ประธานาธิบดีสหรัฐ "บารัก โอบามา" เปิดเผยระหว่างประกาศแนวทางปฏิรูปกม.ตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐในลาสเวกันว่า ถึงเวลาที่จะปฏิรูปกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองอย่างเป็นจริงเป็นจัง หลังจากคว้าน้ำเหลวเมื่อ 6 ปีก่อนด้วยสาเหตุการเมืองเป็นพิษ
แถลงการณ์ของเขา มีขึ้นหลังวุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันออกมาเปิดเผยแผนจัดทำร่างหลักการในการปฏิรูปกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองครั้งใหญ่
วุฒิสมาชิก มีมุมมองว่า ความพยายามครั้งนี้จะให้ผลที่ต่างไปจากความพยายามครั้งก่อนที่ล้มเหลวไป เพราะผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปลายปีที่แล้วที่ชาวสหรัฐเชื้อสายละตินลงคะแนนให้ประธานาธิบดีโอบามาและผู้สมัครพรรคเดโมแครตอย่างถล่มทลาย สามารถบอกถึงความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง และสมาชิกคนสำคัญของพรรครีพับลิกันหลายคนก็เห็นว่า ทางพรรคจะต้องเข้าร่วมในการเปลี่ยนแปลงกฎหมายครั้งนี้ หากต้องการเข้าถึงประชาชนเชื้อสายละตินมากขึ้น
ผู้นำสหรัฐ ระบุว่า แผนปฏิรูปกม.ตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐของเขา ซึ่งมีการเปิดเผยรายละเอียดครั้งแรกไปในปี 2554 นั้น คล้ายกับแนวทางของวุฒิสมาชิกสหรัฐ ที่จะเปิดทางให้ผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายกว่า 11 ล้านคนได้สัญชาติเป็นพลเมืองสหรัฐ
สำหรับร่างข้อเสนอยาว 5 หน้าของวุฒิสมาชิกนั้น จะทำให้ผู้ลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายมีสิทธิได้รับสัญชาติสหรัฐ ขณะเดียวกันจะมีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยชายแดนที่เข้มงวดขึ้นเพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมือง และควบคุมให้ชาวต่างชาติที่เข้าประเทศชั่วคราวเดินทางกลับประเทศเมื่อวีซ่าหมด
และในขั้นตอนการเป็นพลเมืองสหรัฐแบบเต็มตัว ผู้ลักลอบเข้าเมืองจะต้องผ่านการตรวจสอบประวัติ ขึ้นทะเบียนกับทางการ จ่ายค่าปรับและภาษี และจะได้รับการรับรองสถานะทางกฎหมายชั่วคราวเพื่อให้สามารถทำงานได้ในสหรัฐต่อไปได้แต่จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆจากภาครัฐ หลังจากนั้นคนเหล่านี้จะต้องยื่นขออนุญาตอยู่อาศัยเป็นการถาวร ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อให้ได้สัญชาติ และจะมีการให้สัญชาติกับผู้ลักลอบเข้าเมืองที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยด้วย
แต่ร่างข้อเสนอนี้ยังขาดรายละเอียดเกี่ยวกับการคาดการณ์ว่าจะมีการหลั่งไหลของชาติต่างเข้าสู่ประเทศมากขึ้นเท่าใดอันเป็นผลมาจากข้อเสนอนี้ และไม่ได้กำหนดกรอบเวลาว่าผู้ลักลอบเข้าเมืองจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะได้สัญชาติ
ทั้งนี้ คาดกันว่า ร่างกม.ตรวจคนเข้าเมืองจะผ่านความเห็นชอบในฤดูร้อนปีนี้





