วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แนะท่องเที่ยวเอเชียปรับโฉมรับมือคนชรา

แนะอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเอเชีย เตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ช่วง 20 ปีหน้า คาดเฟื่องในกลุ่มคนชรา-ผู้บริหารหญิง

นักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งที่จะมีการขยายตัวรวดเร็วที่สุดคือผู้มีอายุเกิน 65 ปี ผลจากประชากรในเอเชียสูงวัยขึ้น นอกจากนั้น ผู้บริหารหญิงก็จะเป็นนักเดินทางกลุ่มใหม่ เพราะคาดว่าสตรีเอเชียจำนวนมากจะได้ขึ้นเป็นผู้บริหารในธุรกิจต่างๆ

คาดว่านักท่องเที่ยวจีนที่มีอายุเกิน 65 ปี จะเป็นกลุ่มที่เดินทางท่องเที่ยวมากที่สุด และคาดว่าจะมีจำนวน 12.6 ล้านคนภายในปี 2573 จาก 1.7 ล้านคนเมื่อปี 2554 ส่วนนักท่องเที่ยวสูงวัยจากอินเดียคาดว่าจะเพิ่มเป็น 7.3 ล้านคน จาก 1.3 ล้านคน ส่วนนักท่องเที่ยวจากอินโดนีเซียก็คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 4 เท่า

ขณะที่นักเดินทางสตรีเพื่อธุรกิจก็คาดว่าจะพุ่งขึ้น 400% ภายในปี 2573 จากระดับของปี 2554 ดังนั้นการจัดหาห้องพักเฉพาะสำหรับสตรีตามโรงแรมต่างๆ และความเข้าใจเกี่ยวกับการตัดสินใจด้านการท่องเที่ยวของสตรี จึงเป็นสิ่งจำเป็นในการทำธุรกิจ

การศึกษาครั้งนี้ครอบคลุมออสเตรเลีย จีน อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และเกาหลีใต้

ด้านองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติเผยผลการสำรวจรายปี ที่ระบุว่าจำนวนนักเดินทางระหว่างประเทศถึงหลักพันล้านคนเป็นครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว โดยเอเชียแปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่นักเดินทางต่างชาติเพิ่มขึ้นมากที่สุด 14 ล้านคน หรือ 6.5% เป็น 233 ล้านคน ขณะที่หากแยกย่อยลงไปอีกจะพบว่านักเดินทางต่างชาติในเอเชียอาคเนย์เพิ่มจำนวนขึ้นมากที่สุด 8.7%

จำนวนนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น 4% เป็น 1,035 ล้านคนเมื่อปีที่แล้ว จาก 996 ล้านคนเมื่อปี 2554 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกปีหน้า

นายทาเลบ ไรฟาอิ เลขาธิการองค์การการท่องเที่ยวโลก กล่าวว่า 2555 เป็นปีที่เกิดความไร้เสถียรภาพทางการเมืองในหลายประเทศ โดยเฉพาะยูโรโซน กระนั้นการท่องเที่ยวระหว่างประเทศก็ยังเพิ่มขึ้น
เสร็จ // เงินเฟ้อชาติพัฒนาแล้วทรงตัวที่ 1.9%

โออีซีดีชี้ ในปีที่ผ่านมา อัตราเงินเฟ้อของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ทรงตัวที่ระดับ 1.9% ขณะตัวชี้วัดต่างๆ ยังแสดงให้เห็นถึงภาวะมีเสถียรภาพ

องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และการพัฒนา (โออีซีดี ) ออกรายงานรายเดือน ระบุว่า ในช่วง 12 เดือน นับถึงเดือน ธันวาคมที่ผ่านมา อัตราเงินเฟ้อของประเทศพัฒนาแล้ว ยังทรงตัวอยู่ที่ระดับ 1.9% เมื่อเทียบกับเดือนพฤศจิกายน

ขณะที่ปัจจัยบ่งชี้หลักก็ยังมีเสถียรภาพ โดยระดับเงินเฟ้อราคาพลังงานอยู่ที่ 2.9% และเงินเฟ้อราคาอาหารอยู่ที่ 2.1% ซึ่งหากไม่นับรวมราคาอาหาร และพลังงานแล้ว ตัวเลขเงินเฟ้อช่วง 12 เดือน จะอยู่ที่ 1.5% ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

รายงานแสดงให้เห็นว่า ช่วง 12 เดือน แคนาดา และอังกฤษ มีเสถียรภาพในด้านเงินเฟ้อ โดยแคนาดาปรับเพิ่ม 0.8% ส่วนอังกฤษมีระดับเงินเฟ้อที่ 2.7% เป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน

ส่วนในสหรัฐ เงินเฟ้อชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 1.7% จากเดิม 1.8% อิตาลีอยู่ที่ 2.3% จากระดับ 2.5% ในเดือนพฤศจิกายน และฝรั่งเศสที่ 1.3% จากเดิมที่ 1.4% แต่ในเยอรมนีขยับขึ้นเล็กน้อยที่ 2.1% จากเดิมที่ 1.9%

สำหรับในกลุ่มยูโรนั้น อัตราเงินเฟ้อทรงตัวอยู่ที่ 2.2% แต่ราคาผู้บริโภคในญี่ปุ่น กลับร่วงลง 0.1% หลังจากเมื่อเดือนพฤศจิกายนลดลงไปแล้ว 0.2%

นอกจากประเทศสมาชิกที่เป็นชาติเศรษฐกิจก้าวหน้าทั้ง 34 ประเทศแล้ว โออีซีดียังได้รายงานข้อมูลบางประเทศที่ไม่ใช่ชาติสมาชิกด้วย รวมถึง จีน ที่รายงานระบุว่า เพดานเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.5% จากเดิม 2.0% บราซิล ที่ 5.8% จาก 5.5% และรัสเซีย ที่ 6.6% จาก 6.5%

ขณะที่เงินเฟ้อในอินโดนีเซีย ทรงตัวที่ 4.3% และแอฟริกาใต้ที่ 5.7%