คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเตรียมออกมติคว่ำบาตรเกาหลีเหนืออีกครั้ง หวังตอบโต้กรณีการยิงจรวดเมื่อช่วงเดือนธ.ค.
แหล่งข่าววงใน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเอ็น เปิดเผยว่า มติดังกล่าว ซึ่งจะมีผลต่อทุกองค์กรของทางการเกาหลีเหนือ รวมถึงคณะกรรมการเทคโนโลยีอวกาศเกาหลี และนิติบุคคลอื่นประเภท ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของรัฐบาลกรุงเปียงยางนั้น มีแนวโน้มจะผ่านความเห็นชอบจากสมาชิกทั้ง 15 ชาติ ของคณะมนตรีความมั่นคงในวันนี้
นอกจากเนื้อหาในมติดังกล่าว จะประกอบด้วยถ้อยแถลงประนามอย่างเป็นทางการแล้ว คาดว่า จะมีการเพิ่มรายชื่ออุปกรณ์เพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีด้านอาวุธนิวเคลียร์ ลงในรายชื่อสินค้าที่นานาชาติห้ามรัฐบาลเกาหลีเหนือนำเข้า และส่งออกด้วย
แม้ประชาคมโลกต่างพากันรุมประนามเกาหลีเหนือ ที่ฝ่าฝืนมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ด้วยการปล่อยจรวดขึ้นสู่ห้วงอวกาศเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยเฉพาะสหรัฐ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่เดินหน้าเรียกร้องให้มีการเพิ่มมาตรการลงโทษ ต่อกรณีที่เกาหลีเหนือยิงจรวดมาแล้ว 2 ครั้งก่อนหน้านี้ ในปี 2549 และ 2552 แต่เป็นที่ทราบกันดีว่า จีน ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของรัฐบาลกรุงเปียงยาง พยายามใช้ทุกอำนาจที่มีอยู่ปกป้องเกาหลีเหนือมาโดยตลอด
ก่อนหน้านี้ ทางการจีน กล่าวว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติต้องใช้ความระมัดระวังในการผ่านมติดังกล่าว เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ทำให้ความตึงเครียดในภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้น
ส่วนฑูตประจำสหประชาชาติของรัสเซีย "วิทาลี เชอร์กิน" ประกาศสนับสนุนมติคว่ำบาตรเกาหลีเหนือเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยสำนักข่าวอาร์ไอเอ โนโวสติ ของทางการรัสเซีย รายงานโดยอ้างคำพูดของนายเชอร์กิน ว่า จุดยืนของรัสเซียต่อการปล่อยจรวดของเกาหลีเหนือ คือ การละเมิดมติของสหประชาชาติ และสหประชาชาติจำเป็นต้องตอบโต้ในเรื่องนี้
ทั้งนี้ เกาหลีเหนือ ยืนกรานปฏิเสธ “ข้อกล่าวหา” ด้านอาวุธนิวเคลียร์ ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และบรรดาชาติมหาอำนาจมาตลอด โดยยืนยันว่า การส่งจรวดที่ผ่านมานั้น เป็นเพียงการปล่อยดาวเทียมสำรวจสภาพภูมิศาสตร์โลกเท่านั้น





