วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผลสำรวจระบุชาวอังกฤษอยากให้อยู่กับอียูต่อ

ผลสำรวจก่อนประชามติพลิก ชาวอังกฤษส่วนใหญ่ยังอยากให้อยู่กับอียูต่อไป

ผลสำรวจล่าสุดที่จัดทำโดยยูกอฟ พบว่า ชาวอังกฤษที่ต้องการอยู่กับสหภาพยุโรป หรือ อียู ต่อไป ได้เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งนับเป็นผลที่น่าตกใจ ในช่วงที่นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน กำลังเตรียมจะกล่าวสุนทรพจน์ที่สำคัญเกี่ยวกับอียู ที่กรุงลอนดอน ในวันพุธนี้

ชาวอังกฤษที่ยังอยากอยู่ในอียูต่อ มีจำนวนมากกว่าคนที่ไม่อยากอยู่ต่อเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่นายเดวิด คาเมรอน ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยยูกอฟ ระบุว่า คนที่ไม่อยากออกจากอียูมี 40% ส่วนคนที่อยากออกเหลือ 34%

ทำเนียบนายกรัฐมนตรีที่ถนนดาวนิ่ง ประกาศเมื่อวันจันทร์ว่า นายกรัฐมนตรีคาเมรอน จะกล่าวสุนทรพจน์ที่หลายคนรอคอยมานาน เกี่ยวกับสมาชิกภาพของอังกฤษในอียูในวันพุธนี้ และคาดว่า เขาจะรักษาสัญญาว่าจะจัดให้มีการลงประชามติ ซึ่งจะเป็นตัวชี้ชะตาว่า ความสัมพันธ์กับบรัสเซลส์ ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของอียูจะขาดสะบั้นหรือไม่ ยูกอฟได้ตั้งหัวข้อคำถามในการสำรวจ ระหว่างวันที่ 17-18 มกราคมว่า ชาวอังกฤษจะโหวตให้อังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกอียูในการลงประชามติหรือไม่ ซึ่ง 40% ตอบว่า

จะโหวตให้อังกฤษอยู่ต่อ ส่วนอีก 34 เปอร์เซ็นต์ บอกว่าจะโหวตให้ออก ซึ่งต่างจากผลสำรวจเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ที่มีคนอยากให้ถอนตัวถึง 51 เปอร์เซ็นต์ และอยากอยู่ต่อแค่ 30 เปอร์เซ็นต์

ทัศนคติที่เปลี่ยนไปของสาธารณชน เกิดขึ้นหลังจากมีการคาดการณ์มาหลายเดือนว่า ผู้นำอังกฤษจะกล่าวสุนทรพจน์ที่หลายคนรอคอยมานานว่า เขาจะเอาอำนาจกลับคืนมาให้อังกฤษได้อย่างไร

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ยูกอฟ ยังทำการสำรวจในหัวข้อที่ว่า ชาวอังกฤษอยากจะอยู่ในอียูต่อไปหรือไม่ ถ้านายคาเมรอน ประสบความสำเร็จในการเจรจาปรับรูปโฉมความสัมพันธ์ใหม่ โดยให้อำนาจเปลี่ยนมือจากบรัสเซลล์มาอยู่ลอนดอน

ก่อนหน้านี้ นายคาเมรอน มีกำหนดจะกล่าวสุนทรพจน์เรื่องนี้เมื่อวันศุกร์ แต่ได้ยกเลิกเพราะเกิดวิกฤติตัวประกันในแอลจีเรีย และหันเปลี่ยนสถานที่ไปเป็นกรุงลอนดอนในวันพุธ และส่วนหนึ่งของสุนทรพจน์ที่ถูกนำออกเผยแพร่ล่วงหน้า ได้แสดงให้เห็นว่า เขาได้เตือนไปยังบรรดาผู้นำประเทศสมาชิกอียูว่า อังกฤษอาจถอนตัวจากการเป็นสมาชิก ที่ปัจจุบันมี 27 ประเทศ ถ้า 3 สิ่งที่เขาวิตก ไม่ได้รับการแก้ไข

ได้มีการคาดการณ์มากขึ้นเรื่อย ๆ ว่า การจัดการลงประชามติว่าอังกฤษจะอยู่กับอียูต่อไปหรือไม่จะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2558