วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผู้นำใหม่ญี่ปุ่น เน้นสัมพันธ์เอเชีย

หนังสือพิมพ์โยมิอุริรายงานว่านายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ แห่งญี่ปุ่น ซึ่งมีแผนเดินทางมาเวียดนาม ไทย และอินโดนีเซีย เป็นเวลา 4 วัน

เริ่มตั้งแต่วันนี้ (16 ม.ค.) เลือกเยือนเอเชียอาคเนย์เป็นภูมิภาคแรกในการเดินทางไปต่างประเทศหลังจากเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนธ.ค. เพราะหวังจะอาศัยศักยภาพในการเติบโตของประเทศเหล่านี้ มาฟื้นฟูเศรษฐกิจญี่ปุ่น

ขณะเดียวกัน ก็ชัดเจนว่านายอาเบะต้องการตรวจสอบความเคลื่อนไหวของจีนในการขยายอิทธิพลในเอเชีย

ก่อนนายอาเบะเดินทางเยือนเอเชียอาคเนย์ นายฟูมิโอะ คิชิดะ รัฐมนตรีต่างประเทศ และรองนายกรัฐมนตรีทาโร อาโสะ ก็ได้เดินทางเยือนประเทศในเอเชียอาคเนย์แล้ว เพื่อส่งเสริมการเคลื่อนไหวของรัฐบาลใหม่ในการให้ความสำคัญกับเอเชีย

หลักการ"อาเบะ"

นายอาเบะให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเคว่าอินโดนีเซีย ไทย และเวียดนามมีศักยภาพด้านการเติบโต จึงอยากจะกระชับความสัมพันธ์กับประเทศเหล่านี้ พร้อมไปกับจัดวางระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่ใหญ่ขึ้น

สำหรับรัฐบาลของนายอาเบะซึ่งให้ความสำคัญอันดับต้นๆ กับการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศนั้น การอาศัยความคึกคักของเอเชียอาคเนย์ไปเพิ่มพลังแก่เศรษฐกิจญี่ปุ่นถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะความตึงเครียดในเรื่องข้อพิพาทหมู่เกาะ ทำให้บรรยากาศด้านการค้าและการลงทุนกับจีนแย่ลง ดังนั้นภาคธุรกิจญี่ปุ่นจึงคาดหวังอย่างมากที่จะกระชับความสัมพันธ์กับเอเชียอาคเนย์

หนังสือพิมพ์โยมิอุริรายงานว่า แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้เปิดเผยว่านายอาเบะมีแผนประกาศหลักการเบื้องต้นสำหรับการทูตในเอเชียของรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งอาจเรียกว่า "หลักการอาเบะ" ระหว่างการเยือนอินโดนีเซีย นอกจากนั้น ญี่ปุ่นยังกำลังพิจารณาที่จะช่วยเหลือประเทศในเอเชียอาคเนย์จัดทำหรือปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมและนิคมอุตสาหกรรม ผ่านการให้ความช่วยเหลือด้านการพัฒนาอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือบริษัทญี่ปุ่น รวมถึงบริษัทกลางและเล็ก ขยายธุรกิจในประเทศเหล่านี้

ข่าวระบุว่ารัฐบาลได้ประสานกับสหรัฐเพื่อให้นายอาเบะเดินทางไปเยือนสหรัฐก่อน ตามที่ผู้นำใหม่ญี่ปุ่นต้องการ ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็พิจารณาให้เอเชียอาคเนย์เป็นภูมิภาคแรกสำหรับการเยือนต่างประเทศของนายอาเบะ เพราะบทบาทของญี่ปุ่นในภูมิภาคนี้อ่อนแรงลงไป

การเยือนไทยของนายชินโซ อาเบะ นับเป็นการเยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกของผู้นำรัฐบาลญี่ปุ่นในรอบ 11 ปี หลังจากการเยือนของนายกรัฐมนตรีจุนอิชิโร โคอิสุมิ เมื่อปี 2545 ส่วนครั้งสุดท้ายที่ผู้นำญี่ปุ่นเยือนอินโดนีเซียคือเมื่อปี 2550 ทั้งนี้ไม่นับรวมการเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมระหว่างประเทศ

การคุกคามจากจีน

ในทางตรงข้าม จีนเพิ่มบทบาทในภูมิภาคผ่านการให้ความช่วยเหลือและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่จีนก็เพิ่มกิจกรรมทางทะเลเช่นกัน จนก่อให้เกิดข้อพิพาทกับฟิลิปปินส์ บรูไน เวียดนาม และมาเลเซีย กรณีอธิปไตยเหนือหมู่เกาะต่างๆ ในทะเลจีนใต้

นายอาเบะระบุในการให้สัมภาษณ์กับเอ็นเอชเคว่าหลายประเทศหวังจะมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับญี่ปุ่นมากขึ้น ดังนั้น รัฐบาลกรุงโตเกียวจึงจะกระชับความสัมพันธ์กับประเทศเหล่านี้ พร้อมกล่าวเป็นนัยถึงการเพิ่มความร่วมมือด้านความมั่นคงกับประเทศต่างๆ ที่วิตกเกี่ยวกับกิจกรรมทางน้ำที่มากขึ้นของจีน

แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของสหรัฐ ที่ให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์ทางทหารในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก โดยพุ่งความสนใจไปที่จีน

ก่อนหน้าที่นายอาเบะจะเยือนเอเชียอาคนย์ นายคิชิดะได้เดินทางไปฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ บรูไน และออสเตรเลีย พร้อมหารือกับเจ้าหน้าที่ของประเทศเหล่านี้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของญี่ปุ่นกับจีน รวมถึงการเผชิญหน้าเรื่องข้อพิพาทหมู่เกาะ

"จีนมีปัญหามากมายในทะเลจีนใต้ การจะใช้วิธีใดรับมือกับจีนเป็นประเด็นร่วมกันสำหรับประเทศที่มีความวิตก" นายคิชิดะแถลงที่ซิดนีย์เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ข่าวระบุว่ารัฐบาลกรุงโตเกียวได้เพิ่มความปลอดภัยทางน้ำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยได้ลงนามแถลงการณ์ร่วมเกี่ยวกับความร่วมมือด้านความมั่นคงกับออสเตรเลียและอินเดีย ทั้งยังฝึกซ้อมร่วมกับทั้งสองประเทศ นอกจากนั้น ในอนาคตยังมีแผนส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคง

ปฏิกิริยาแตกต่างกัน

อย่างไรก็ตาม ประเทศต่างๆ มีปฏิกิริยาที่แตกต่างกันไปเกี่ยวกับท่าทีของญี่ปุ่น อย่างฟิลิปปินส์ที่มีข้อพิพาทดินแดนกับจีนกรณีโขดหินสคาร์โบโรในทะเลจีนใต้ ได้แสดงเจตนารมย์ที่จะกระชับความร่วมมือกับญี่ปุ่น และขอให้นายคิชิดะจัดหาเรือลาดตระเวณสำหรับหน่วยยามฝั่งของฟิลิปปินส์

นายบ็อบ คาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลีย และนายคิชิดะ ยืนยันระหว่างการประชุมเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าทั้งสองประเทศจะส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงกับสหรัฐ แต่ในการแถลงข่าวหลังจากนั้นนายคาร์กล่าวชัดเจนว่าความร่วมมือกับญี่ปุ่นไม่ได้มีเป้าหมายที่การปิดล้อมจีน

รายงานข่าวระบุว่าการที่นายอาเบะเลือกเยือนอินโดนีเซีย ไทย และเวียดนาม สำหรับการเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรกนั้น เป็นไปตามคำแนะนำของนายโชทาโร ยาชิ ที่ปรึกษาพิเศษของคณะรัฐมนตรี ที่อธิบายถึงความสำคัญของการมีรากฐานที่แข็งแกร่งในเอเชียอาคเนย์ โดยนายยาชิเป็นรัฐมนตรีช่วยต่างประเทศในรัฐบาลแรกของนายอาเบะเมื่อปี 2550

ขณะเดียว รัฐบาลจีนก็กำลังจับตาพัฒนาการด้านนโยบายการทูตของรัฐบาลนายอาเบะ และนายเชง หยงหัว เอกอัครราชทูตจีนประจำญี่ปุ่น ได้เข้าร่วมการประชุมที่นายอาเบะเคยเข้าร่วมด้วย