สื่อจีนรวมตัวเรียกร้องรัฐทบทวนความเจริญทางเศรษฐกิจบนความเสื่อมโทรมสภาพแวดล้อม หลังปักกิ่งถูกปกคลุมด้วยหมอกพิษสี่วันติด
มลพิษทางอากาศ ซึ่งปกคลุมนครหลวงปักกิ่ง 4 วันติดต่อกัน แม้ว่าเมื่อวันจันทร์(14 ม.ค.) ที่ผ่านมา ปริมาณฝุ่นละอองในอากาศหรือ พีเอ็ม2.5(ละอองฝุ่นขนาดน้อยกว่า 2.5 ไมโครเมตรที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ) ลดลงมาอยู่ที่ 350 ไมโครกรัม จากที่เคยสูงกว่า 700 ไมโครกรัมเมื่อสุดสัปดาห์ แต่ยังสูงกว่าเกณฑ์ความปลอดภัยที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ที่ 25 ไมโครกรัม
หนังสือพิมพ์โกลบอล ไทมส์ เรียกร้องทางการปักกิ่ง เลิกปกปิดปัญหาและเพิ่มความโปร่งใสให้มากขึ้น "การเลือกระหว่างการพัฒนากับการปกป้องสภาพแวดล้อม ควรกระทำอย่างเป็นประชาธิปไตย ไม่ควรถูกนำไปผสมปนเปกับปัญหาการเมือง" พร้อมอ้างความเห็นนักวิเคราะห์ที่เตือนว่า หากแก้ไขได้ไม่ดีพอ ปัญหาสิ่งแวดล้อมอาจลุกลามเป็นความไม่สงบทางการเมืองได้ในอนาคต
ด้านหนังสือพิมพ์ ไชนา เดลีย์ ระบุว่า ขณะที่กระบวนการพัฒนาอุตสาหกรรมของจีน ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ จีนควรทบทวนอย่างเร่งด่วนว่า จะเดินหน้ากระบวนการนี้อย่างไรโดยไม่ยอมให้คุณภาพชีวิตในเมืองและสภาพแวดล้อมต้องเลวร้ายลง ส่วนปักกิ่ง นิวส์ มีบทแสดงทัศนะเรียกร้องรัฐบาลแก้ไขมลพิษทางอากาศ เหมือนเป็นภัยพิบัติแห่งชาติ และพยายามทุกวิถีทางเพื่อปกป้องประชาชน
ทางการกรุงปักกิ่งดำเนินมาตรการหลายอย่างเพื่อบรรเทาสถานการณ์ รวมถึงสั่งโรงงาน 54 แห่ง ลดการปล่อยควันเสีย 38 % สั่งสถานก่อสร้าง 28 แห่ง ยุติการขุดเจาะชั่วคราว ด้านบริษัทผลิตรถยนต์ ไชนา ฮุนได กรุ๊ปและบริษัทผลิตปูนซีเมนต์แห่งหนึ่งต้องระงับการผลิต 1 วัน โรงเรียนประถมและมัธยมในบางพื้นที่ ต้องงดกิจกรรมกลางแจ้ง จนถึงวันอังคารเป็นอย่างน้อย ตลอดจนสั่งห้ามรถของทางการและพรรคคอมมิวนิสต์ราว 30 % ออกวิ่งบนท้องถนน
นอกจากนี้ ทางการปักกิ่ง ยังแนะนำให้ประชาชนดำเนินมาตรการดูแลสุขภาพของตนเอง ซึ่งเป็นคำประกาศที่แทบไม่เคยเกิดขึ้น
ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลหลายแห่ง มีผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจเข้ารักษาเพิ่มขึ้น 30 % ส่วนใหญ่เป็นเด็กและผู้สูงวัย ขณะที่ความต้องการหน้ากากอนามัย และเครื่องฟอกอากาศเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ทั้้งนี้ มลพิษเป็นปัญหาใหญ่ในจีน เนื่องจากการขยายตัวอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรม การพึ่งพาถ่านหิน อัตราการเป็นเจ้าของรถยนต์ และการบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมหย่อนยาน อากาศจะเลวร้ายลงในฤดูหนาวเนื่องจากสภาพอากาศที่นิ่ง และการเผาไหม้ถ่านหินเพื่อความอบอุ่น





