Emirates Group รายงานผลกำไรทรุดหนัก 66% ในช่วงครึ่งปีแรก หลังเผชิญแรงกดดันจากสงครามอิหร่านและต้นทุนราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง เที่ยวบินถูกยกเลิกนับพัน สั่นคลอนอุตสาหกรรมการบินและการเดินทางในภูมิภาคอ่าวอาหรับ
กลุ่มเอมิเรตส์ (Emirates Group) บริษัทแม่ของสายการบินระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก รายงานผลกำไรหลังหักภาษีในช่วง 6 เดือนแรก สิ้นสุด ณ เดือน ก.ย. อยู่ที่ 3.6 พันล้านเดอร์แฮม หรือราว 1 พันล้านดอลลาร์ ลดลงถึง 66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เคยทำกำไรได้สูงถึง 1.06 หมื่นล้านเดอร์แฮม
ชีค อาเหม็ด บิน ซาอีด อัล มักตูม ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) กลุ่มเอมิเรตส์ ระบุในแถลงการณ์ว่า ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมานับเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจ โดยบริษัทต้องเผชิญกับความท้าทายในระดับภูมิภาคที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ผนวกกับแรงกดดันจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น
โดยผลกระทบจากสงครามอิหร่านส่งผลให้สายการบินต้องยกเลิกเที่ยวบินหลายพันเที่ยว และจำเป็นต้องปรับโครงสร้างเส้นทางบินระหว่างประเทศใหม่ทั้งหมด
ขณะเดียวกันผู้โดยสารจำนวนมากหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้ามายังภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้บางเที่ยวบินที่เดินทางกลับสู่ศูนย์กลางการบินในดูไบแทบไม่มีผู้โดยสาร
นอกจากนี้ ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบซึ่งเป็นฐานการบินหลักของสายการบิน ยังต้องระงับการให้บริการชั่วคราวในช่วงที่ความตึงเครียดปะทุรุนแรง ส่งผลให้ผลประกอบการรวมของบริษัทต่ำกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ และทำให้การจ่ายเงินโบนัสแก่พนักงานลดลงตามไปด้วย
เอมิเรตส์ ระบุเมื่อวันพฤหัสบดีว่า สามารถฟื้นฟูเส้นทางบินกลับมาได้แล้ว 91% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดสงคราม อย่าไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับการโจมตีระลอกใหม่ระหว่างสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่าน รวมถึงความเสี่ยงที่ความขัดแย้งจะลุกลาม ยังคงเป็นปัจจัยลบที่กดดันแนวโน้มธุรกิจของสายการบินในแถบอ่าวอาหรับอย่างต่อเนื่อง
อัล มักตูม กล่าวเสริมว่า บริษัทยังคงมองทิศทางการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังด้วยความระมัดระวัง
“เราเคยผ่านพ้นความท้าทายมาแล้วหลายครั้ง ด้วยสถานะเงินสดที่แข็งแกร่งและรากฐานที่มั่นคงซึ่งสร้างสมมานานหลายปี กลุ่มบริษัทจึงมีความพร้อมในการรับมือกับความผันผวนและราคาน้ำมันระดับสูงที่กำลังเผชิญอยู่”
ทั้งนี้ วิกฤติที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเอมิเรตส์เพียงรายเดียว แต่สะท้อนถึงแรงกดดันอย่างหนักต่อผลกำไรของสายการบินทั่วทั้งภูมิภาค
โดยเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ได้ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิรวมของอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกลงเกือบครึ่งหนึ่ง เพื่อสะท้อนความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และต้นทุนพลังงานที่ยังคงกดดันตลาดการเงินและการลงทุนในภาพรวม





