ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น หลังการโจมตีซาอุดีอาระเบียที่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มความกังวลต่ออุปทานในตะวันออกกลาง ขณะรัสเซียพร้อมส่งน้ำมันดีเซลให้สหรัฐวันนี้
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้น หลังการโจมตีแหล่งน้ำมันในซาอุดีอาระเบียที่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มความกังวลว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่ออุปทาน แม้การส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะเร่งตัวขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ขยับเข้าใกล้ระดับ 98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เช้าวันพฤหัสบดี (22 ต.ค. 69) หลังจากแกว่งตัวในกรอบ 4 ดอลลาร์เมื่อวันพุธ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นเหนือ 110 ดอลลาร์ในการซื้อขายหลังตลาดปิด
การโจมตีด้วยโดรนที่แหล่งน้ำมันชายบาห์ Shaybah ของบริษัท Saudi Aramco ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย แม้การดำเนินงานจะไม่ได้รับผลกระทบก็ตาม นอกจากนี้ สหรัฐยังสั่งให้เจ้าหน้าที่และสมาชิกครอบครัวบางส่วนเดินทางออกจากสถานทูตสหรัฐในซาอุดีอาระเบีย
ราคาน้ำมันเบรนท์ ซึ่งเป็นมาตรฐานอ้างอิงของตลาดโลก เพิ่มขึ้นเกือบ 80% ในปีนี้ หลังการขนส่งน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียถูกรบกวนจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งกำลังเข้าสู่เดือนที่ 9 โดยยังมีสัญญาณเพียงเล็กน้อยว่าจะยุติลง
อย่างไรก็ตาม การส่งออกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมาและใกล้กลับสู่ระดับก่อนเกิดความขัดแย้ง เนื่องจากเรือบรรทุกน้ำมันปิดระบบส่งสัญญาณเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ แม้การขนส่งผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปยังคงถูกจำกัด
รีเบคกา บาบิน นักเทรดพลังงานอาวุโสของ CIBC Private Wealth Group กล่าวว่า “กิจกรรมการสู้รบที่ยังดำเนินต่อไปและความเสี่ยงที่จะเกิดการยกระดับความขัดแย้งอีกครั้งหลังการเลือกตั้งกลางเทอม กำลังช่วยจำกัดการปรับตัวลงของราคา” พร้อมเสริมว่า ตลาดกำลังเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ราคาสูงขึ้น แต่ยังไม่สามารถปรับขึ้นต่อเนื่องได้ ขณะเดียวกันแรงขายก็ยังขาดความมั่นใจอย่างเต็มที่
คูเวตเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันแถบอ่าวเปอร์เซียที่เพิ่มการส่งออกน้ำมันดิบ โดยส่งออกได้มากเท่ากับระดับก่อนสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านเริ่มต้นขึ้น ตามคำกล่าวของ ชีค นาวาฟ อัล-ซาบาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของผู้ผลิตน้ำมันแห่งชาติคูเวต อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่ายังต้องการเรือบรรทุกน้ำมันเพิ่มเติมเพื่อขนส่งเชื้อเพลิงอากาศยานและดีเซล
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา อิหร่านเพิ่มการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่กลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเตหะรานโจมตีซาอุดีอาระเบียเป็นระยะ หนังสือพิมพ์ New York Times รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐและผู้ที่ได้รับฟังการหารือว่า สหรัฐ และอิสราเอลได้จัดทำแผนโจมตีอิหร่านอีกครั้ง หลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในเดือนหน้า
แรงกดดันต่อการขนส่งผลิตภัณฑ์น้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย ประกอบกับการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียโดยยูเครนที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะดีเซล รัฐบาลหลายประเทศกำลังนำน้ำมันสำรองออกมาใช้เพื่อบรรเทาภาวะอุปทานตึงตัว ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐกำลังผลักดันมาตรการลดราคา ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม รวมถึงข้อตกลงนำเข้าดีเซลจากรัสเซีย
- รัสเซียพร้อมส่งน้ำมันดีเซลให้สหรัฐวันนี้
อเล็กซานเดอร์ โนวัค รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันพุธ ตามรายงานของสำนักข่าวทาสส์ว่า เรือบรรทุกน้ำมันที่บรรทุกดีเซลจากรัสเซียเตรียมเดินทางไปยังสหรัฐในวันพฤหัสบดี ขณะที่มอสโกเริ่มดำเนินการตามข้อตกลงด้านอุปทานดังกล่าว เรือมีความจุ 40,000 ตัน หรือเทียบเท่าน้ำมันประมาณ 300,000 บาร์เรล
ในสหรัฐ ข้อมูลของรัฐบาลเมื่อวันพุธระบุว่า สต็อกน้ำมันกลั่นเพิ่มขึ้นเกือบ 2 ล้านบาร์เรล ช่วยผ่อนคลายภาวะตึงตัวในตลาดดีเซลและน้ำมันทำความร้อน ขณะที่สต็อกน้ำมันดิบลดลงมากกว่า 3 ล้านบาร์เรลเล็กน้อย และมีการนำน้ำมันออกจากคลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) เพิ่มอีก 300,000 บาร์เรล
- อัปเดตราคาน้ำมันเช้าวันพฤหัสบดีที่ 22 ต.ค. 69
- น้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 0.8% อยู่ที่ 97.88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 07:10 น. ตามเวลาสิงคโปร์
- น้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนธันวาคมปิดตลาดวันพุธแทบไม่เปลี่ยนแปลงที่ 108.82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนปรับตัวขึ้นในการซื้อขายหลังตลาดปิด





