วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ แตะ 110 เหรียญ หลังอิหร่านโจมตีในฮอร์มุซหนัก

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ แตะ 110 ดอลลาร์ หลังอิหร่านยกระดับการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ยูเครนประกาศจะโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย

KEY POINTS

  • ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นแตะระดับ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความตึงเครียดในตะวันออกกลางและยุโรปตะวันออก
  • อิหร่านยกระดับการโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญ
  • กลุ่มฮูตีซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่าน ได้ยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีโรงงานน้ำมันและสถานีส่งออกในซาอุดีอาระเบีย
  • ยูเครนประกาศว่าจะเดินหน้าโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียต่อไป ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ผลักดันราคาน้ำมัน

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในวันศุกร์ (16 ต.ค.69) หลังอิหร่านยกระดับการโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ กลุ่มฮูตียิงขีปนาวุธใส่ซาอุดีอาระเบีย และยูเครนประกาศว่าจะเดินหน้าโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียต่อไป

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ แตะระดับสูงสุดระหว่างวันที่ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ก่อนอ่อนตัวลงเล็กน้อยและปิดที่ 109.86 ดอลลาร์ พุ่งขึ้น 3.7%

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.5% ปิดที่ 101.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดย WTI เพิ่มขึ้นมากกว่า 10% ในสัปดาห์นี้ ขณะที่เบรนท์เพิ่มขึ้นเกือบ 5%

ฮูตีโจมตีซาอุฯ หลายรอบ

โฆษกกองทัพซาอุดีอาระเบียระบุว่า ซาอุดีอาระเบียสกัดขีปนาวุธหลายลูกที่ยิงข้ามทะเลแดงได้ในวันศุกร์ รวมถึงหนึ่งลูกที่มุ่งหน้าไปยังสถานีส่งออกน้ำมันยันบู นอกจากนี้ กองทัพยังระบุว่าสามารถทำลายโดรนได้สามลำในกรุงริยาดและพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ

กลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งเป็นพันธมิตรกับอิหร่าน ยิงโจมตีซาอุดีอาระเบียหลายครั้งในสัปดาห์นี้ กระทรวงพลังงานของซาอุดีอาระเบียระบุว่า Aramco บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของประเทศก็ถูกโจมตีเช่นกัน หลังอาคารสำนักงานแห่งหนึ่งในเมืองดาห์รานถูกโจมตีเมื่อวันอังคาร

กลุ่มฮูตีโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติกรุงริยาดเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 12 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 300 ราย

 

ในช่องแคบฮอร์มุซ เรือบรรทุกน้ำมันและเรือขนส่งสินค้าอย่างน้อย 9 ลำถูกโจมตีนับตั้งแต่วันอาทิตย์ ขณะที่อิหร่านพยายามขัดขวางการส่งออกน้ำมันผ่านเส้นทางดังกล่าว ศูนย์บัญชาการกลางสหรัฐ ระบุว่า การโจมตีของอิหร่านทำให้เรือบรรทุกตู้สินค้า GFS Pride จมลงเมื่อวันพุธ ขณะที่หน่วยงานทางทะเลของสิงคโปร์ระบุว่า ลูกเรือของเรือที่จดทะเบียนในสิงคโปร์ได้รับการอพยพอย่างปลอดภัย

องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวทำให้คนประจำเรือได้รับบาดเจ็บ 3 ราย และสูญหาย 2 คน 

การส่งออกน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลง หลังจากแตะระดับใกล้เคียงช่วงก่อนเกิดสงครามในเดือนกันยายน ข้อมูลจาก Kpler บริษัทวิจัยด้านพลังงานระบุว่า ปริมาณการขนส่งอยู่ที่ 9.4 ล้านบาร์เรลต่อวันในสัปดาห์ที่สิ้นสุดเมื่อวันพุธ คิดเป็นประมาณ 70% ของค่าเฉลี่ยก่อนเกิดสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐ

หยุดยิงด้านพลังงานล่ม

ขณะเดียวกัน “การหยุดยิงด้านพลังงาน” ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามเป็นคนกลางระหว่างยูเครนกับรัสเซียได้ล่มลงอย่างรวดเร็ว โดยรัฐบาลรัสเซียยังคงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของยูเครน แม้จะมีการประกาศหยุดยิงดังกล่าว

 

ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี กล่าวว่า ยูเครนจะกลับมาโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียเพื่อตอบโต้

 

ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งขึ้นในปีนี้ เนื่องจากการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียโดยยูเครน และการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลางโดยอิหร่าน ข้อมูลของ AAA ระบุว่า ราคาดีเซลในสหรัฐ อยู่ที่เฉลี่ย 6.33 ดอลลาร์ต่อแกลลอนในวันศุกร์ สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนมากกว่า 70%

 

ราคาน้ำมันดิบในสหรัฐ ยังได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังเชิงพาณิชย์ที่ลดลงอย่างมาก กว่า 8 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 9 ตุลาคม โดยมีสาเหตุจากการหยุดการผลิตชั่วคราวบริเวณชายฝั่งอ่าวเม็กซิโกเนื่องจาก พายุเฮอริเคนอิซาเอียส (Isaias) ตามข้อมูลของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA)