หุ้นเกาหลีใต้ดิ่งหนัก 7.57% ปิดต่ำสุดรอบ 6 เดือน ต้องพักการซื้อขาย 20 นาที ขณะญี่ปุ่นปิดลบกว่า 3,300 จุด แย่สุดเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์ ตลาดเทขายกังวลเงินเฟ้อสหรัฐอาจทำให้เฟดขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม และกังวลกระแสลงทุน AI
วันนี้ (15 ต.ค.) ตลาดหุ้นเอเชียเผชิญแรงเทขายอย่างหนักทั้งภูมิภาค ปิดตลาดดิ่งเหวในระดับทุบสถิติในรอบหลายเดือนหรือหลายปี หลังจากดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนก.ย. ของสหรัฐ ปรับตัวสูงเกินคาด จนทำให้ตลาดเพิ่มคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมเดือนต.ค. นี้
ความเชื่อมั่นของนักลงทุนยิ่งถูกซ้ำเติม หลังราคาหุ้นกู้ของบริษัท CoreWeave Inc. ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐทรุดตัวลงอย่างหนัก จนจุดชนวนให้เกิด "แรงเทขายลามไปยังหุ้นกลุ่ม AI และกลุ่มชิปทั่วกระดาน" และกดดันให้นักลงทุนเข้าสู่ภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง
ญี่ปุ่นลบ 3,300 จุด แย่สุดอันดับ 3 ในปวศ.
ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียว ปิดร่วงหนักกว่า 3,300 จุด ทำสถิติลดลงในวันเดียวมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์ หลังเกิดแรงเทขายหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น
ดัชนีนิกเกอิ ปิดลบกว่า 3,318.34 จุด หรือ -4.90% ปิดตลาดที่ระดับ 64,425.95 จุด
ทั้งนี้ในระหว่างการซื้อขาย ดัชนีนิกเกอิทรุดตัวลงไปทะลุ 5% ในชั่วขณะหนึ่ง และหากนับรวมการปิดลบ "ติดต่อกัน 6 วันทำการ" ดัชนีนิกเกอิร่วงลงไปแล้วมากกว่า 6,200 จุด
เกาหลีใต้ดิ่งเหวกว่า 7% ต้องใช้เซอร์กิต เบรกเกอร์
ดัชนี Kospi ของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดตลาดร่วงลงหนักสุดในภูมิภาค 7.57% มาอยู่ที่ 5,554.22 จุด หลังถูกกดดันจากแรงขายหุ้นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ โดยหุ้น SK Hynix ร่วงลงมากกว่า 11% และ Samsung Electronics ลดลงเกือบ 10%
ขณะที่ดัชนี Kosdaq ซึ่งประกอบด้วยหุ้นบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลาง ลดลง 7.65% ปิดที่ 760.82 จุด
ระหว่างการซื้อขาย ดัชนี Kospi ร่วงลงมากถึง 9.29% จนทำให้ตลาดต้องใช้มาตรการ "เซอร์กิต เบรกเกอร์" (Circuit Breaker) เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค. โดยระงับการซื้อขายชั่วคราวเป็นเวลา 20 นาที และนับเป็นการใช้มาตรการเซอร์กิต เบรกเกอร์ครั้งที่ 10 ในปีนี้ และเป็นครั้งที่ 16 ในประวัติศาสตร์ของดัชนี Kospi
ความผันผวนของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ซึ่งเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้นตั้งแต่เดือนก.ค. เป็นต้นมา หลังทางการออกมาตรการควบคุมการขยายตัวอย่างรวดเร็วของกองทุน ETF ที่ใช้เงินกู้เลเวอเรจและลงทุนในหุ้นรายตัว กลับมาพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนส.ค.
"ตลาดกำลังตอบสนองอย่างอ่อนไหวต่อคำถามที่ว่า การระดมทุนจะสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืนหรือไม่ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานครั้งมหาศาล จะสร้างรายได้ที่แท้จริงได้หรือไม่ แทนที่จะมุ่งพิจารณาเพียงการเติบโตของรายได้จากบริการ AI" ซอ ซังยอง นักวิเคราะห์จาก Mirae Asset Securities กล่าว




