วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

'น้ำมันโลก' ร่วงแรง 2% รับข่าวเรือทยอยมุ่งหน้าออกจากฮอร์มุซ

ราคาน้ำมันลดลง 2% หลังการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซทยอยฟื้นตัว แม้จะยังมีเหตุเรือสินค้าถูกโจมตีใกล้โอมานก็ตาม

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงแรงเกือบ 2% เมื่อช่วงบ่ายวันศุกร์ สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) งวดส่งมอบล่วงหน้าลดลง 1.50 ดอลลาร์ หรือ 1.99% อยู่ที่ 73.76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสของสหรัฐ (WTI)  ลดลง 1.49 ดอลลาร์ หรือ 2.07% อยู่ที่ 70.43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 

ราคาน้ำมัน ยังมีแนวโน้มปิดตลาดรอบสัปดาห์ด้วยการปรับตัวลงอย่างหนัก ราว 8% หลังความกังวลด้านอุปทานเริ่มคลี่คลายลง จากการที่เรือบรรทุกน้ำมันซึ่งติดค้างอยู่ทยอยออกจากช่องแคบฮอร์มุซได้มากขึ้น แม้ว่าจะเพิ่งเกิดเหตุเรือสินค้าลำหนึ่งถูกวัตถุปริศนาโจมตีใกล้ชายฝั่งประเทศโอมาน เมื่อวันพฤหัสบดีก็ตาม

ข้อมูลการขนส่งของ LSEG แสดงให้เห็นว่า บริษัท "ซาอุดี อรามโก" (Saudi Aramco) ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติซาอุดีอาระเบีย กลับมาเริ่มการขนถ่ายน้ำมันที่ท่าเรือ Ras Tanura ริมอ่าวอาหรับอีกครั้งในวันศุกร์นี้ หลังหยุดดำเนินการมานานเกือบ 4 เดือน โดยพบเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ (VLCC) จำนวน 2 ลำ กำลังบรรทุกน้ำมันที่ท่าเรือ และอีก 1 ลำจอดรออยู่ใกล้เคียง ซึ่งเรือแต่ละลำสามารถบรรทุกน้ำมันได้ราว 2 ล้านบาร์เรล

"โดยรวมแล้วตลาดกำลังเทขาย เพราะตอบรับข่าวที่มีปริมาณการขนส่งน้ำมันออกจากช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มขึ้น ขณะที่จีนก็ยังไม่กลับมาซื้อน้ำมันดิบมากขึ้น" จูน โกห์ นักวิเคราะห์อาวุโสด้านตลาดน้ำมันจากบริษัท Sparta Commodities กล่าว

ก่อนหน้านี้เมื่อวันพฤหัสบดี ทั้งสัญญาน้ำมันเบรนท์ และเวสต์เท็กซัสต่างพุ่งขึ้นมากกว่า 2% หลังมีรายงานข่าวเรือสินค้าลำหนึ่งถูกวัตถุไม่ทราบชนิดโจมตีใกล้โอมาน ส่งผลให้องค์การทางทะเลระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ (IMO) ประกาศ "ระงับการอพยพเรือโดยสมัครใจ"

เจ้าหน้าที่สหรัฐ 2 รายเปิดเผยกับรอยเตอร์สว่า อิหร่านเป็นผู้ยิงใส่เรือสินค้าลำดังกล่าวขณะพยายามแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ทางการอิหร่าน ระบุว่า ไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยของเรือที่เดินทางนอกเส้นทางเดินเรือที่กำหนดไว้ในช่องแคบฮอร์มุซได้

ข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่า ปริมาณการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซในสัปดาห์นี้ "เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุด" นับตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อปลายเดือนก.พ. หลังข้อตกลงหยุดยิงทำให้เส้นทางเดินเรือกลับมาเปิดใช้งานอีกครั้ง นอกจากนี้ ความกังวลว่าช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดให้เดินเรือได้นานเพียงใด ก็เป็นอีกปัจจัยที่กระตุ้นกิจกรรมการค้าให้เร่งตัวขึ้นในช่วงที่ยังพอเดินเรือได้อยู่

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ของ ING ระบุในบทวิเคราะห์ว่า "การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขนส่งส่วนใหญ่ เป็นเรือที่ติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซียทยอยออกจากพื้นที่ ขณะที่ปริมาณเรือที่แล่นเข้าสู่อ่าวยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ ซึ่งบ่งชี้ว่าเมื่อเรือที่ติดค้างออกไปหมดแล้ว ปริมาณการขนส่งอาจกลับมาชะลอตัวลงอีกครั้ง"

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์