เวียดนามปฏิรูปใหญ่! ยกระดับ e-Procurement ใช้ Data Analytics ขับเคลื่อนความโปร่งใส-สกัดทุจริต มุ่งนโยบายอิงหลักฐานเชิงประจักษ์
KEY POINTS
- เวียดนามกำลังปฏิรูประบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและป้องกันการทุจริต
- การปฏิรูปนี้ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายที่อิงตามหลักฐาน
- ทิศทางสำคัญคือการเปลี่ยนจากการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ไปสู่การวัดผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง
- เวียดนามมีแผนเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่างๆ และจะดำเนินการปฏิรูปแบบค่อยเป็นค่อยไป
เวียดนามประกาศยุทธศาสตร์ยกระดับระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ มุ่งเน้นการใช้การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) เป็นหัวใจสำคัญในการตรวจสอบความโปร่งใสและต่อต้านการทุจริต พร้อมปรับตัวชี้วัดจากเดิมที่เน้นเพียงการปฏิบัติตามระเบียบ สู่การวัดผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
นายฝัม ฮุง อัญ (Pham Hung Anh) หัวหน้าฝ่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักงานจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ กระทรวงการคลังของเวียดนาม เปิดเผยถึงแนวทางการปฏิรูปนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างของประเทศในงาน "International Public Procurement 2026" ซึ่งจัดขั้นโดยความร่วมมือของกรุงเทพธุรกิจ ธนาคารโลก และพันธมิตรระดับภูมิภาคว่า เวียดนามมีความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญในการพัฒนากรอบกฎหมาย โดยเฉพาะการสร้างรากฐานด้านความโปร่งใสและการป้องกันการทุจริต ซึ่งกลายเป็นฐานรากที่แข็งแกร่งสำหรับการนำข้อมูลมาใช้ในการวิเคราะห์เชิงนโยบายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้
เขาระบุว่า ทิศทางสำคัญของเวียดนามในขณะนี้คือการเปลี่ยนผ่านจากการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ (Compliance-based monitoring) ไปสู่การวัดผลที่อิงตามผลลัพธ์ (Outcome-based measurement) โดยรัฐบาลมุ่งเน้นการนำข้อมูลที่มีอยู่แล้วในระบบ e-Procurement มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
"เราเริ่มมองลึกไปที่ข้อมูลในระบบ เช่น ระดับการมีส่วนร่วมของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ประสิทธิภาพการดำเนินงานตามสัญญา และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงจากการจัดซื้อ"
เขากล่าวต่อว่า ข้อมูลเหล่านี้ช่วยตอบโจทย์สำคัญทางนโยบายได้ว่า SMEs ได้รับโอกาสเข้าถึงโครงการของรัฐอย่างเป็นธรรมหรือไม่ และการส่งมอบงานเป็นไปตามกำหนดเวลาและมีคุณภาพเพียงใด
บูรณาการข้อมูลข้ามหน่วยงาน
ในระยะถัดไป เวียดนามมีแผนที่จะสร้างความแข็งแกร่งด้านการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐ โดยจะนำข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างไปเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลอื่นๆ เช่น ข้อมูลด้านภาษี ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม และข้อมูลเฉพาะส่วนในแต่ละภาคอุตสาหกรรม
นายฝั่ม ยอมรับว่าการดำเนินการดังกล่าวต้องใช้เวลาและอาศัยคุณภาพของข้อมูลที่สูง รวมถึงการประสานงานระหว่างสถาบันที่เข้มแข็ง เพื่อให้ได้บทวิเคราะห์ที่แม่นยำและสามารถนำไปสู่การตัดสินใจเชิงนโยบายที่อิงจากหลักฐานเชิงประจักษ์ สำหรับการพัฒนาประเทศในระดับชาติ
สำหรับการขับเคลื่อนนโยบาย เวียดนามเลือกใช้แนวทางแบบเป็นขั้นตอน โดยเริ่มจากการกำหนดตัวชี้วัดหลัก (KPIs) ในจำนวนที่เหมาะสม และทดสอบใช้ในบางเซกเตอร์หรือกับหน่วยงานภาครัฐบางแห่งก่อน
"เราจะนำผลลัพธ์ที่ได้จากการทดสอบไปปรับปรุงกฎระเบียบ เอกสารทางราชการ เครื่องมือดิจิทัล และกิจกรรมการสร้างขีดความสามารถของบุคลากร เพื่อให้ระบบการจัดซื้อจัดจ้างดิจิทัลเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงสุด"





