วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

ถอดรหัส 'ภาษีทรัมป์ผิดกฎหมาย' โลกยังต้องจ่ายภาษีไหม จากนี้ไปยังไงต่อ

ถอดรหัส 'ภาษีทรัมป์ผิดกฎหมาย' โลกยังต้องจ่ายภาษีไหม จากนี้ไปยังไงต่อ

นับเป็นความพ่ายแพ้ในชั้นศาล "ครั้งที่สอง" ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อศาลอุทธรณ์สหรัฐตัดสินว่า ภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ "ส่วนใหญ่" ของปธน.ทรัมป์ที่กำหนดใช้กับหลายประเทศทั่วโลกนั้น "ผิดกฎหมาย"

นับเป็นความพ่ายแพ้ในชั้นศาล "ครั้งที่สอง" ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อศาลอุทธรณ์สหรัฐตัดสินว่า ภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ "ส่วนใหญ่" ของปธน.ทรัมป์ที่กำหนดใช้กับหลายประเทศทั่วโลกนั้น "ผิดกฎหมาย" เนื่องจากเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตโดยการบังคับใช้กฎหมายฉุกเฉิน ซึ่งเป็นแนวทางคำตัดสินที่คล้ายกับศาลชั้นต้นเมื่อปลายเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา และทำให้ทั่วโลกที่ถูกรีดภาษี "มีความหวัง" ขึ้นมาอีกครั้งหากคดีนี้ยังจบลงแบบเดิมในชั้นฎีกา

"กรุงเทพธุรกิจ" พาไปทำความเข้าใจกับปัญหาทางกฎหมายของภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ของทรัมป์ ที่แพ้ในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พร้อมมองไปข้างหน้าถึงสิ่งที่อาจเกิดขึ้นตามมา

ทรัมป์เคย 'แพ้' ในศาลชั้นต้นอย่างไร

เมื่อเดือนพ.ค. ศาลการค้าระหว่างประเทศในแมนฮัตตัน สหรัฐ มีคำพิพากษาให้ "ยกเลิกภาษีศุลกากรตอบโต้" ที่ปธน.ทรัมป์ ประกาศเมื่อวันที่ 2 เม.ย รวมถึงภาษีกับแคนาดา-เม็กซิโก-จีน ก่อนหน้านี้ในเดือนก.พ. เพราะภาษีเหล่านี้ถูกผู้นำสหรัฐประกาศใช้ภายใต้กฎหมายอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจ IEEPA ซึ่งศาลระบุว่าเป็นการใช้อำนาจหน้าที่เกินขอบเขตของประธานาธิบดี  

IEEPA เป็นกฎหมายในปี 1977 ที่ให้อำนาจประธานาธิบดีสหรัฐสามารถใช้อำนาจควบคุมเศรษฐกิจระหว่างประเทศได้ "ในภาวะฉุกเฉิน" โดยสามารถดำเนินมาตรการด้านเศรษฐกิจ หรือการคว่ำบาตรต่อประเทศต่างๆ ได้ในสถานการณ์ที่ถือว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ 

อย่างไรก็ตาม การกำหนดอัตราภาษีศุลกากรและการค้าระหว่างประเทศนั้น เป็นอำนาจของ "สภาคองเกรส" (รัฐสภา) ไม่ใช่อำนาจของประธานาธิบดี ที่จะลักไก่ข้ามขั้นตอนการโหวตของสภาคองเกรสโดยใช้กฎหมาย IEEPA โดยอ้างว่าเป็นภัยฉุกเฉินต่อความมั่นคง 

ถอดรหัส 'ภาษีทรัมป์ผิดกฎหมาย' โลกยังต้องจ่ายภาษีไหม จากนี้ไปยังไงต่อ

ทว่าแม้ทรัมป์จะแพ้ในศาลชั้นต้น แต่ก็ยื่นอุทธรณ์ต่อทันทีและศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางผ่อนผันให้ภาษีศุลกากรของทรัมป์ ยังมีผลอยู่ชั่วคราว 

ล่าสุด 'ศาลอุทธรณ์' ตัดสินอย่างไร 

ศาลอุทธรณ์กลางสหรัฐ (Federal Circuit) มีคำพิพากษา 7 ต่อ 4 เสียง ยืนตามคำตัดสินก่อนหน้านี้ของศาลการค้าระหว่างประเทศโดยระบุว่า "กฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจอย่างมากแก่ประธานาธิบดีในการดำเนินการต่างๆ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติตามที่ประกาศไว้ แต่การกระทำเหล่านี้ไม่ได้ระบุถึงอำนาจในการกำหนดอัตราภาษีศุลกากร อากร หรืออำนาจในการเก็บภาษีอย่างชัดเจน"

ทิม ไบรท์บิลล์ ทนายความด้านการค้าจากบริษัทกฎหมาย Wiley Rein ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้กล่าวว่า ศาลอุทธรณ์ได้สรุปว่าแม้กฎหมาย IEEPA จะอนุญาตให้ประธานาธิบดีสามารถใช้อำนาจทางภาษีศุลกากรได้ แต่ "รัฐบาลได้ใช้อำนาจเกินขอบเขตด้วยการออกมาตรการภาษีในวงกว้างและครอบคลุมทั่วโลกเช่นนี้"

คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ยังระบุด้วยว่า ศาลชั้นต้นควรทบทวนคำตัดสินอีกครั้งโดยห้ามการจัดเก็บภาษีกับทุกฝ่ายทั้งหมด แทนที่จะจำกัดเพียงคู่ความที่ยื่นฟ้องในคดีนี้เท่านั้น

สำหรับภาษีทรัมป์ส่วนใหญ่ที่ศาลชั้นต้นและศาลฏีกาเห็นว่าผิดกฎหมายนั้น คือส่วนของภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) และภาษีที่เรียกเก็บกับแคนาดา เม็กซิโก และจีน เมื่อเดือนก.พ. แต่ไม่รวมภาษีรายเซ็กเตอร์ภายใต้มาตรา 232  

ภาษียังคงมีผลบังคับใช้จนกว่าจะจบฎีกา

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทรัมป์จะแพ้ในศาลอุทธรณ์ แต่ศาลก็ยังคงอนุญาตให้ภาษีศุลกากรยังคงมีผลบังคับใช้ต่อชั่วคราวไปจนถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2568 เพื่อให้รัฐบาลทรัมป์มีโอกาสยื่นสู้คดีต่อในศาลฎีกาสหรัฐ

ถอดรหัส 'ภาษีทรัมป์ผิดกฎหมาย' โลกยังต้องจ่ายภาษีไหม จากนี้ไปยังไงต่อ

ทรัมป์และพวก มองอย่างไร

"ภาษีศุลกากรทั้งหมดยังคงมีผลบังคับใช้!" ทรัมป์โพสต์บน Truth Social ไม่นานหลังจากมีคำตัดสินออกมา

"วันนี้ศาลอุทธรณ์ฝ่ายค้านได้ตัดสินอย่างไม่ถูกต้องว่าควรยกเลิกภาษีศุลกากรของเรา แต่พวกเขารู้ดีว่าสุดท้ายแล้วสหรัฐอเมริกาจะเป็นฝ่ายชนะ" ปธน.ทรัมป์ระบุ "หากภาษีศุลกากรเหล่านี้ถูกยกเลิกไปจริงๆ มันจะเป็นหายนะอย่างสิ้นเชิงต่อประเทศ"

ก่อนการตัดสิน ทีมกฎหมายของรัฐบาลทรัมป์ได้ส่งหนังสือถึงศาลอุทธรณ์เตือนว่า คำตัดสินที่ต่อต้านประธานาธิบดีจะนำไปสู่ ​​"ผลกระทบร้ายแรง" โดยชี้ให้เห็นถึงข้อตกลงที่บรรลุไปแล้วกับสหภาพยุโรป อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่น แม้ว่าศาลจะตัดสินให้ภาษีศุลกากรเป็นโมฆะ แต่ผลของการตัดสินดังกล่าวก็ควรถูกระงับไว้ก่อน 

"ประเทศของเราจะไม่สามารถจ่ายเงินคืนหลายล้านล้านดอลลาร์ที่ประเทศอื่นๆ ได้ตกลงไว้ ซึ่งอาจนำไปสู่หายนะทางการเงินตามมา" ทีมกฎหมายของรัฐบาลทรัมป์ระบุ "ท่านประธานาธิบดีเชื่อว่าการบังคับให้ยกเลิกข้อตกลงอาจนำไปสู่ผลลัพธ์แบบเดียวกับในปี 1929” โดยคาดว่าข้อความนี้อาจหมายถึงเหตุการณ์วิกฤติวอลสตรีทก่อนนำไปสู่วิกฤตการณ์เศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ The Great Depression ตามมา

ทั้งนี้ รายได้จากภาษีศุลกากรของสหรัฐเฉพาะในเดือนก.ค. อยู่ที่ 1.42 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 4.5 ล้านล้านบาท) ซึ่งมากกว่าสองเท่าจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 

ภาษีทรัมป์จะจบลงอย่างไร

เป็นที่คาดว่าคดีนี้อาจจะต้องจบลงที่ "ศาลฎีกา" ซึ่งมีองค์คณะผู้พิพากษา 9 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้พิพากษาที่มาจากการแต่งตั้งของประธานาธิบดีพรรครีพับลิกัน 6 คน ซึ่งรวมถึงจอห์น โรเบิร์ตส์ ประธานศาลฎีกา ส่วนอีก 3 คนมาจากการแต่งตั้งยุครัฐบาลเดโมแครต

ที่ผ่านมาศาลฎีกามีคำตัดสินหลายครั้งที่สนับสนุนวาระนโยบายสมัยที่สองของปธน.ทรัมป์ แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ศาลก็ได้แสดงท่าทีคัดค้านการตีความกฎหมายเก่าๆ ในเชิงขยายความที่จะสร้างอำนาจใหม่ให้กับประธานาธิบดีเช่นกัน

หากทรัมป์ต้องพ่ายแพ้อีกครั้งในศาลฎีกา สหรัฐอาจหันไปพึ่งมาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 ซึ่งให้อำนาจเก็บภาษีศุลกากรได้สูงสุด 15% เป็นเวลา 150 วัน สำหรับสินค้านำเข้าจากประเทศที่มีดุลการค้าเกินดุลสูง หรืออาจใช้มาตรา 301 ของกฎหมายเดียวกัน ซึ่งให้อำนาจเก็บภาษีเพื่อตอบโต้ต่อการค้าที่ไม่เป็นธรรม โดยทรัมป์เคยใช้อำนาจตามมาตรา 301 ในการทำสงครามการค้ากับจีนในวาระแรกมาแล้ว

การค้าระหว่างประเทศมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์กำลังพัวพันกับพิพาททางกฎหมาย หากมีคำตัดสินสุดท้ายให้ยกเลิกมาตรการภาษีของทรัมป์ จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อข้อตกลงทางการค้าที่ทรัมป์เคยประกาศอ้างอย่างครึกโครม อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้ที่ฝ่ายบริหารอาจต้องเผชิญกับการฟ้องขอคืนเงินภาษีศุลกากรที่หลายประเทศได้มีการจ่ายไปแล้ว

ที่มา: Bloomberg, WSJ, Newsweekกรุงเทพธุรกิจ