รัสเซียยึด ‘แอฟดิฟกา’ ปูติน โวชัยชนะครั้งสำคัญ!

รัสเซียยึด ‘แอฟดิฟกา’ ปูติน โวชัยชนะครั้งสำคัญ!

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย เรียกการยึดเมืองแอฟดิฟกา “ชัยชนะครั้งสำคัญ” หลังจากผู้บัญชาการกองทัพยูเครนเผยเมื่อวันเสาร์ว่า ถอนทหารออกไปจากเมืองนี้แล้ว

ตามที่รัสเซียประกาศเมื่อวันเสาร์ (17 ก.พ.) ว่า เข้าควบคุมเมืองแอฟดิฟกา ทางภาคตะวันออกของยูเครน “ไว้ได้ทั้งหมดแล้ว” ไม่กี่ชั่วโมงหลังยูเครนประกาศถอนทหารออกจากฐานที่มั่นเพื่อรักษาชีวิตทหาร

นายดิมิทรี เพสคอฟ โฆษกกระทรวงกลาโหมแถลงว่า นายเซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรัสเซียแจ้งประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ถึงความคืบหน้าในการรบปูติน

“แสดงความยินดีต่อกองทัพและนักรบที่คว้าชัยชนะครั้งสำคัญได้”

อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า ทหารยูเครนยังคงล้อมโรงงานถ่านหินของเมืองไว้ ทั้งนี้ การยึดเมืองแอฟดิฟกาถือเป็นชัยชนะใหญ่สุดของรัฐบาลมอสโกนับตั้งแต่ยึดเมืองบัคมุตได้เมื่อเดือน พ.ค.2566

รัสเซียยึดเมืองแอฟดิฟกาได้ไม่กี่วันก่อนครบรอบสองปี รัสเซียรุกรานยูเครนเต็มกำลัง ท่ามกลางสถานการณ์ยูเครนขาดแคลนกระสุนเมื่อสภาคองเกรสสหรัฐยังคงยื้อความช่วยเหลือทางทหารรอบใหม่มาหลายเดือน

ทั้งยังเป็นสัญญาณชี้ชัดที่สุดว่า กระแสน้ำเริ่มเปลี่ยนมาเข้าทางรัสเซีย ผลจากยูเครนฝ่าแนวต้านของรัสเซียไม่ได้ในปีที่ผ่านมา

“ประมุขของรัฐแสดงความยินดีกับทหารรัสเซียต่อความสำเร็จ ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญ” ทำเนียบเครมลินแถลงบนเว็บไซต์

ไม่กี่วันก่อน ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ เคยเตือนแล้วว่า แอฟดิฟกาอาจตกอยู่ในมืองรัสเซียเพราะขาดแคลนกระสุน หลังจากพรรครีพับลิกันคัดค้านในสภาคองเกรสมาหลายเดือน ไม่ให้สหรัฐออกมาตรการช่วยเหลือทางทหารรอบใหม่แก่รัฐบาลเคียฟ

แถลงการณ์ทำเนียบขาวเมื่อวันเสาร์ แจ้งว่า ไบเดนโทรศัพท์หาประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของสหรัฐที่จะช่วยเหลือยูเครนต่อไป และย้ำถึงความจำเป็นที่สภาคองเกรสต้องผ่านมาตรการนี้อย่างเร่งด่วน

ทหารยูเครนจำเป็นต้องถอนกำลัง “เพราะซัพพลายหมด อันเป็นผลจากการไม่ทำอะไรของสภาคงเกรส” นั่นบีบให้ทหารยูเครนต้องปันส่วนกระสุน จน “รัสเซียได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัดครั้งแรกในรอบหลายเดือน”

การยึดเมืองแอฟดิฟกาได้ส่อเค้าสร้างขวัญกำลังใจให้รัสเซียอย่างมาก ก่อนปูตินลงเลือกตั้งรอบใหม่ในเดือนหน้า ซึ่งส่อเค้าว่าชนะแน่นอน

รัสเซียไม่เคยเผยตัวเลขทหารที่เสียชีวิตจากการสู้รบอันโหดร้าย แต่ทางการยูเครนและนักวิเคราะห์ทหารตะวันตกกล่าวว่า ความคืบหน้าของรัสเซียมาพร้อมกับต้นทุนมหาศาลทั้งกำลังพลและรถถัง