วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘นวัตกรรม’ แก่นสำคัญ หนุนสัมพันธ์ฝรั่งเศส-ไทย”

ฝรั่งเศสมีหน่วยงานด้านนวัตกรรมอยู่ในไทยเช่นกัน ได้แก่ La French Tech มีหน้าที่สนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศ Startup ของฝรั่งเศสทั้งในและนอกประเทศ

เมื่อไม่นานนี้ ผมได้มีโอกาสเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยไทยแห่งหนึ่ง และได้ถามนักศึกษาเอกภาษาฝรั่งเศสว่าทำไมถึงเลือกเรียนภาษานี้ ส่วนใหญ่ตอบว่าเป็นเพราะสถานที่ท่องเที่ยวในฝรั่งเศส โดยเฉพาะหอไอเฟล ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะฝรั่งเศสมีผู้มาท่องเที่ยวมากที่สุดในโลกไม่ต่ำกว่า 80 ล้านคนทุกปี ส่วนหอไอเฟลในหลวงรัชกาลที่ 5 ก็เคยเสด็จเยี่ยมชมเมื่อครั้งเสด็จเยือนกรุงปารีส และได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองไปแล้ว

แม้จะมีความสัมพันธ์กันมายาวนาน แต่ภาพที่ฝรั่งเศสและไทยมองกันและกันมักจำกัดอยู่กับการท่องเที่ยว ความหรูหรา หรืออาหาร ทั้งที่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงในสองประเทศมีมากกว่านั้น รัฐบาลฝรั่งเศสและไทยจึงกำหนดให้นวัตกรรมในฐานะกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจและความก้าวหน้าเป็นประเด็นหลักในการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างกันตลอดปี 2566 ภายใต้กิจกรรม “ปีแห่งนวัตกรรมฝรั่งเศส-ไทย 2023” หรือ “France-Thailand Year of Innovation 2023 (YOI)”

‘นวัตกรรม’ แก่นสำคัญ หนุนสัมพันธ์ฝรั่งเศส-ไทย”
ฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย

เริ่มจากการสื่อสารให้ทั้งสองฝ่ายรู้จักจุดแข็งด้านนวัตกรรมของกันและกัน ทั้งนี้  ฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในผู้นำด้านนวัตกรรม โดยเป็นอันดับ 3 ของยุโรป และอันดับ 6 ของโลกในความพยายามด้านการวิจัยและพัฒนา เป็นอันดับ 1 ในบรรดาประเทศสมาชิก OECD ในการจัดหาเงินทุนสาธารณะและการออกมาตรการจูงใจทางภาษีสำหรับกิจกรรมวิจัยและพัฒนา ในปี 2565 ฝรั่งเศสมียอดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศมากที่สุดในยุโรปเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน มียอดการลงทุนตลอด 20 ปีในภาคอุตสาหกรรมมากที่สุดในยุโรป และมีโครงการวิจัยและพัฒนามากที่สุดในยุโรปนับตั้งแต่ปี 2561 โดยรัฐบาลฝรั่งเศสได้ประชาสัมพันธ์จุดแข็งเหล่านี้ทั่วโลกผ่านแคมเปญล่าสุดภายใต้สโลแกน “Make it iconic. Choose France” หรือ “Marquez les esprits. Choisir la France”

ขณะที่ไทยมุ่งมั่นที่จะมีบทบาทสำคัญด้านนวัตกรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561-2580 และนโยบาย Thailand 4.0 โดยมุ่งเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีขั้นสูง

โดยเฉพาะในสาขาอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ ซึ่งไทยมีกล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสงที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนที่เชียงใหม่ และมีเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนหนึ่งในสองเครื่องของภูมิภาค ความมุ่งมั่นยกระดับสถาบันอุดมศึกษาไทยสู่ระดับสากลสร้างความสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ นักวิจัยไทยได้รับรางวัล Tremplin ASEAN 2023 ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยกระทรวงการอุดมศึกษาและการวิจัยฝรั่งเศส (อว.) และสภาวิทยาศาสตร์แห่งฝรั่งเศส เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างนักวิจัยฝรั่งเศสและอาเซียน
 

การเยือนไทยของนายเอมานูแอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เมื่อเดือนพ.ย. 2565 เพื่อเข้าร่วมการประชุมเอเปค ได้ช่วยเร่งผลักดันการดำเนินความสัมพันธ์ฝรั่งเศส-ไทย นำมาซึ่งการกระชับความร่วมมือต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับนวัตกรรม ผ่านการเยือนไทยของนายออลีวีเย แบ็ชต์ รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศฝรั่งเศส ในเดือนม.ค. 2566 เพื่อเปิดกิจกรรมปีแห่งนวัตกรรมฝรั่งเศส-ไทย

ตามด้วยการเยือนของนางซีลวี เรอตาโย รมว.อว.ฝรั่งเศส ในเดือนต.ค. เพื่อลงนามในแถลงการณ์แสดงเจตจำนงว่าด้วยความร่วมมือด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.อว.ไทย ในการเยือนดังกล่าว หน่วยงานวิจัยฝรั่งเศสในไทยก็ได้ลงนามในเอกสารความร่วมมือฉบับใหม่กับสถาบันอุดมศึกษาไทยเช่นกัน

ตลอดปี 2566 มีกิจกรรมที่จัดขึ้นในฝรั่งเศสและไทยภายใต้เครื่องหมายปีแห่งนวัตกรรมฝรั่งเศส-ไทย ทั้งหมด 33 กิจกรรม ใน 4 กลุ่มสาขา ได้แก่ 1) สาธารณสุข ความงามและการดูแลสุขภาพ และอาหารเพื่อสุขภาพ 2) อากาศและอวกาศ 3) สิ่งแวดล้อม 4) อุตสาหกรรมวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ โดยภาคเอกชนฝรั่งเศสได้เข้าร่วมอย่างแข็งขันเพื่อนำเสนอประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมจากนวัตกรรม เช่น กรณีการนำส่งดาวเทียม THEOS-2 ขึ้นสู่วงโคจรได้สำเร็จจากท่าอวกาศยานยุโรปเฟรนช์เกียนา ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นผลจากความร่วมมือระหว่าง GISTDA กับ Airbus Defence and Space หรือกรณีการลงนามในสัญญาจัดสร้างดาวเทียม SD-HTS ระหว่างไทยคมกับแอร์บัส ในเดือนพ.ย.

นอกจากนี้ ฝรั่งเศสยังมีหน่วยงานด้านนวัตกรรมอยู่ในไทยเช่นกัน ได้แก่ La French Tech ซึ่งมีหน้าที่สนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศ Startup ของฝรั่งเศสทั้งในและนอกประเทศ โดยได้ฉลองการก่อตั้งครบรอบ 10 ปี เมื่อเดือนธ.ค. 2566 หน่วยงานนี้มีความร่วมมืออย่างสม่ำเสมอกับ Startup ในไทยที่มีความสามารถด้านนวัตกรรม

บัดนี้ กิจกรรมปีแห่งนวัตกรรมฝรั่งเศส-ไทยได้จบลงแล้ว โดยผลการดำเนินกิจกรรมเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง สามารถพัฒนาต่อยอดความร่วมมือที่เกิดขึ้นได้ต่อไปในอนาคต ทั้งนี้ ฝรั่งเศสและไทยยังคงต้องร่วมมือกันส่งเสริมโครงการที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน รวมถึงการแลกเปลี่ยนระดับสูงระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันอุดมศึกษา หน่วยงานวิจัย และนักลงทุน เพื่อสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ตามความประสงค์ของรัฐบาลสองประเทศ อันจะช่วยเสริมสร้างความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน เมืองอัจฉริยะ หรือการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งนวัตกรรมจะมีบทบาทสำคัญในประเด็นระดับโลกเหล่านี้