วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

มณฑลมั่งคั่งจีนอาสา'นำพาเศรษฐกิจเติบโต'

ทางการท้องถิ่นจีนเผยนโยบายสำคัญอันดับหนึ่งปี 2567 มณฑลมั่งคั่งสุดจำนวนหนึ่งให้คำมั่น จะเป็นผู้นำการเติบโตทางเศรษฐกิจ

Key Points:

  • กวางตุ้ง เจ้อเจียง และอื่นๆ ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนเศรษฐกิจ
  • พื้นที่พัฒนาน้อยกว่า ให้คำมั่นป้องกันความเสี่ยงไม่ให้ขยายวง

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงาน เมื่อไม่กี่วันก่อน เกือบทั้ง 31 มณฑลของจีนแผ่นดินใหญ่ได้ประชุมหารือเรื่องมาตรการที่ต้องทำก่อนในปี 2567หลังสิ้นสุดการประชุมงานเศรษฐกิจกลางในกรุงปักกิ่ง เหล่าผู้นำประเทศต่างให้คำมั่นว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจและพัฒนาภาคส่วนเกิดใหม่

มณฑลร่ำรวย อาทิ เจ้อเจียงและกวางตุ้งตอบสนองเสียงเรียกร้องจากรัฐบาลกลางให้ภูมิภาคเศรษฐกิจแข็งแกร่ง “แสดงบทบาทสำคัญ” สนับสนุนเศรษฐกิจของชาติ พวกเขาให้คำมั่นว่าจะเร่งลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและร่างแผนพัฒนาภาคส่วนมูลค่าเพิ่มสูง

ด้านมณฑลที่พัฒนาน้อยกว่าหรือมีหนี้ท่วม แม้ให้คำมั่นเพิ่มความพยายามเพื่อช่วยเศรษฐกิจท้องถิ่นฟื้นตัว แต่ไม่ได้พูดหนักแน่นเรื่องมาตรการเชิงรุก เน้นเพียงว่าพวกเขาจะป้องกันความเสี่ยงไม่ให้ขยายตัวเกินควบคุม มณฑลกุ้ยโจวและยูนนานกล่าวว่า จะใช้ “มาตรการอย่างเป็นรูปธรรม” แก้ปัญหาความเสี่ยง

เทียนจิน เหลียวหนิง เฮย์หลงเจียง และอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่งไม่พูดวลี “ผนึกเสถียรภาพผ่านความก้าวหน้า” สโลแกนใหม่ที่เหล่าผู้นำใช้เพื่อกระพือความคาดหวังเป้าหมายการเติบโตยากยิ่งขึ้นในปี 2567

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ปักกิ่งขอให้มณฑลใหญ่หนุนเศรษฐกิจชาติ ในเดือน ก.ค.ปีก่อน นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงในขณะนั้นพบกับผู้นำห้ามณฑลชายฝั่ง เร่งเร้าให้พวกเขาใช้นโยบายสนับสนุนมากยิ่งขึ้น ในช่วงที่เศรษฐกิจเสี่ยงถดถอยหลังโควิด

กระนั้น การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนหลังโควิดยังอ่อนแรง เนื่องจากวิกฤติภาคอสังหาริมทรัพย์, ความเสี่ยงหนี้สินของรัฐบาลท้องถิ่น, อุปสงค์ลดน้อยลง และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ปักกิ่งได้เพิ่มมาตรการกระตุ้นเพื่อให้เศรษฐกิจปีนี้เติบโตตามเป้าที่ราว 5%

นักเศรษฐศาสตร์คาดว่า จีนจะตอกย้ำเป้าการเติบโต 5% อีกในปี 2567 แม้ยากจะสำเร็จเพราะฐานการเปรียบเทียบสูงขึ้น

เป้าหมายชาติ

ขณะนี้ทางการท้องถิ่นกำลังครุ่นคิดถึงเป้าการเติบโตของตนเองในปี 2567 ที่ปกติมักประกาศในการประชุมประจำปีสภานิติบัญญัติมณฑล เริ่มต้นกลางเดือน ม.ค.

ตัวเลขของมณฑลจะบอกเป็นนัยให้ทราบถึงเป้าหมายการเติบโตของชาติ ซึ่งรัฐบาลปักกิ่งจะเปิดเผยในการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ ต้นเดือน มี.ค. ทั้งยังบอกให้ทราบด้วยว่า รัฐบาลจำเป็นต้องสนับสนุนมากน้อยแค่ไหน

“เป้าหมายการเติบโตที่มณฑลกำหนดขึ้นมีความหมาย เพราะอาจเกิดผลกระทบถ้าเจ้าหน้าที่ทำไม่ได้ตามเป้า” ติง ชวง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคเกรทเตอร์ไชน่าและเอเชียเหนือของสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดให้ความเห็น

ติงคาดว่า มณฑลร่ำรวยส่วนใหญ่ “เลี่ยงการตั้งเป้าต่ำกว่าปี 2566” ซึ่งไม่ง่ายที่จะทำได้สำเร็จ “เพราะปัจจัยสนับสนุนพื้นฐานกำลังเลือนหายไป”

ด้านทางการเจียงซู เซี่ยงไฮ้ และอานฮุย ต่างให้คำมั่นสร้างการเติบโตของชาติให้มากขึ้นเช่นกัน โดยหกภูมิภาคซึ่งรวมถึงเจ้อเจียงและกวางตุ้ง รวมกันแล้วคิดเป็นราว 40% ของผลผลิตมวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จีน

ขณะที่มณฑลมั่งคั่งชายฝั่งอย่างฝูเจี้ยนและชานตง ที่เศรษฐกิจท้องถิ่นใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ ไม่ได้กล่าวถึงเสียงเรียกร้องของปักกิ่ง

นอกจากเป้าการเติบโต ทางการท้องถิ่นยังให้คำมั่นแก้ปัญหาความเสี่ยงของภาคอสังหาริมทรัพย์ ภัยคุกคามใหญ่สุดหนึ่งเดียวต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ฝูเจี้ยนกล่าวว่าจะอำนวยความสะดวกให้การลงทุนภาคอสังหาฯ และป้องกันไม่ให้เกิดความเสี่ยงใหม่

ยูนนานแถลงว่าจะสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดอสังหาฯ พร้อมยอมรับว่า เศรษฐกิจท้องถิ่น “อยู่ในจุดสำคัญที่สุด” สำหรับการเปลี่ยนแปลงและยกระดับ

เปิดคำมั่นรายพื้นที่

กวางตุ้ง: ที่ตั้งหัวเว่ยเทคโนโลยีส์และรถยนต์ไฟฟ้าบีวายดี พยายามสร้างเทคโนโลยีใหม่ไม่เหมือนใคร

เจ้อเจียง: ตั้งเป้าลงทุนกว่า 1 ล้านล้านหยวน (1.41 แสนล้านดอลลาร์) ต่อปีทำโครงการในเก้าอุตสาหกรรม เช่น การผลิตก้าวหน้า, นวัตกรรมด้านเทคโนโลยี, พลังงานสะอาด และปรับปรุงเมือง

เซี่ยงไฮ้: จะเน้นการพัฒนา “สามอุตสาหกรรมชั้นนำ” ด้านเซมิคอนดักเตอร์, ชีวเภสัชภัณฑ์ และปัญญาประดิษฐ์

เจียงซู: ประกาศ “มีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้ง” ในโครงการริเริ่มสายแถบและเส้นทาง เพื่อส่งเสริมการค้าต่างประเทศ, ดึงดูดเงินทุกต่างแดน และหลอมรวมเข้ากับซัพพลายเชนโลกให้มากขึ้น