วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ส่องความสำคัญ ‘ทะเลแดง’ ต่อการค้าโลก หลังฮูตีโจมตีเรือสินค้าไม่เลือกหน้า

ส่องความสำคัญ ‘ทะเลแดง’ ต่อการค้าโลก หลังฮูตีโจมตีเรือสินค้าไม่เลือกหน้า

ส่องความสำคัญของ “ทะเลแดง” ทางคมนาคมสำคัญที่เชื่อมการค้าขายระหว่าง “เอเชีย” กับ “ยุโรป” รวมไปถึงอิสราเอลเข้าด้วยกัน เมื่อเกิดเหตุกลุ่ม “ฮูตี” ของเยเมน ใช้โดรนโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง จนต้องอ้อมแหลมกู๊ดโฮปที่ใช้ระยะทางเพิ่มขึ้น 6,000 กิโลเมตร แทน

Key Points

  • บริษัทเรือสินค้าที่ถูกโจมตีก็มีตั้งแต่ Mediterranean Shipping Company (MSC), A.P. Moller-Maersk, British Petroleum (BP) ฯลฯ
  • หลายคนอาจคิดว่า ชื่อ “ทะเลแดง” น้ำคงเป็นสีแดงฉาน แต่จริงๆ แล้ว ทะเลแดงมีสีน้ำเงินอมเขียว ในบางช่วงมีสาหร่ายในทะเลนี้เป็นจำนวนมากได้ตายลง จึงเปลี่ยนน้ำทะเลบางส่วนเป็นสีน้ำตาลแดง
  • ทะเลแดงถือเป็นตัวเชื่อมระหว่างเศรษฐกิจ “เอเชีย” กับ “ยุโรป” เข้าด้วยกัน โดย 10% ของการค้าโลกต้องผ่านทะเลแดงนี้


จากเหตุกลุ่มติดอาวุธ “ฮูตี” ของเยเมน ซุ่มโจมตีเรือขนส่งสินค้าในทะเลแดงโดยไม่เลือกเป้าหมาย ซึ่งใช้ตั้งแต่โดรน และขีปนาวุธ แม้ทางกลุ่มฮูตีเผยเหตุผลการโจมตีนี้ว่า เพื่อสนับสนุนกลุ่มฮามาส และสกัดการขนส่งสินค้าต่างๆ ที่จะเป็นการค้าขายกับอิสราเอล แต่เหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความวิตกกังวลเรื่องความปลอดภัยในหมู่บริษัทชิปปิงทั่วโลกไปแล้ว

สำหรับบริษัทเรือสินค้าที่ถูกโจมตีก็มีตั้งแต่ Mediterranean Shipping Company (MSC) บริษัทขนส่งตู้ทางเรือที่ใหญ่ที่สุดของโลก สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์, A.P. Moller-Maersk บริษัทขนส่งสินค้าทางเรือของเดนมาร์ก, British Petroleum (BP) บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพลังงาน สัญชาติอังกฤษ ฯลฯ ส่งผลให้บริษัทเหล่านี้ประกาศระงับเดินเรือในทะเลแดงเป็นการชั่วคราว และหันไปวิ่งอ้อม “แหลมกู๊ดโฮป” ของแอฟริกาใต้ซึ่งอยู่ทางใต้สุดของทวีปแอฟริกา ทำให้กินระยะทางเพิ่มขึ้นมากกว่า 6,000 กิโลเมตร และมีระยะเวลาเพิ่มขึ้นกว่า 10 วันแทน

ส่องความสำคัญ ‘ทะเลแดง’ ต่อการค้าโลก หลังฮูตีโจมตีเรือสินค้าไม่เลือกหน้า - เรือขนสินค้าของบริษัท MSC (เครดิต: MaxComm Communication) -

นั่นจึงกลายเป็นจุดน่าสนใจว่า หากทะเลแดงซึ่งตั้งอยู่ระหว่างทวีปแอฟริกา และทวีปเอเชีย และเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งสินค้าทางเรือแห่งสำคัญที่สุดของโลก เกิดความขัดแย้งยืดเยื้อยาวนานจนกลายเป็นอัมพาตขึ้น จะส่งผลกระทบต่อการค้าโลกอย่างไรบ้าง

ส่องความสำคัญ ‘ทะเลแดง’ ต่อการค้าโลก หลังฮูตีโจมตีเรือสินค้าไม่เลือกหน้า - ทะเลแดง (เครดิต: Shutterstock) -

  • ชื่อทะเลแดง แต่น้ำไม่แดง

หลายคนอาจคิดว่า ชื่อ “ทะเลแดง” (Red Sea) น้ำคงเป็นสีแดงฉาน แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ ทะเลแดงมีสีน้ำเงินอมเขียว แต่ในบางช่วง มีสาหร่าย Trichodesmium erythraeum ที่เติบโตอยู่ในทะเลนี้เป็นจำนวนมากได้ตายลง จึงเปลี่ยนน้ำทะเลบางส่วนเป็นสีน้ำตาลแดง จนกลายเป็นชื่อ “ทะเลแดง”

ส่องความสำคัญ ‘ทะเลแดง’ ต่อการค้าโลก หลังฮูตีโจมตีเรือสินค้าไม่เลือกหน้า

- ความสวยงามของทะเลแดง (เครดิต: Shutterstock) -

ทะเลนี้มีความสำคัญต่อการขนส่งมาก เพราะเรือสินค้าจากเอเชียจะเข้าตลาดยุโรป และอิสราเอล ต้องวิ่งผ่านมหาสมุทรอินเดีย เข้าสู่ “ช่องแคบบับเอลมันเดบ” (Bab-el-Mandeb Strait) ที่แคบมาก กว้างเพียง 32 กิโลเมตร โดยช่องแคบนี้มีเกาะ Perim Island อยู่ตรงกึ่งกลางที่แบ่งทางเดินออกเป็น 2 ช่อง ช่องฝั่งตะวันตก กว้าง 26 กิโลเมตร กับช่องฝั่งตะวันออก กว้าง 3 กิโลเมตร

หลังจากเรือสินค้าผ่านช่องแคบนี้แล้ว ก็จะวิ่งในทะเลแดงต่อไปที่คลองสุเอซของอียิปต์ เพื่อเข้าสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่เชื่อมกับท่าเรือยุโรป และอิสราเอล เส้นทางสายดังกล่าวนี้ ถือเป็นตัวเชื่อมระหว่างเศรษฐกิจ “เอเชีย” กับ “ยุโรป” เข้าด้วยกัน โดย 10% ของการค้าโลกต้องผ่านทะเลแดงนี้

จอห์น สตอว์เพิร์ต (John Stawpert) ผู้จัดการอาวุโสด้านสิ่งแวดล้อม และการค้าจาก International Chamber of Shipping ซึ่งเป็นตัวแทนของบริษัทเรือพาณิชย์ราว 80% ของโลก กล่าวว่า อุปทานพลังงานของยุโรปจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันดิบ เชื้อเพลิงดีเซล น้ำมันปาล์ม ธัญพืชในตู้คอนเทนเนอร์เรือต่างๆ ต้องผ่านเส้นทางนี้ทั้งสิ้น

อาเจย์ ซาไฮ (Ajay Sahai) อธิบดีของ Federation of Indian Export Organizations (FIEO) ซึ่งเป็นหน่วยงานส่งเสริมการส่งออกของภาคเอกชนภายใต้กระทรวงพาณิชย์ของอินเดีย ให้ข้อมูลว่า ความขัดแย้งบริเวณทะเลแดง จะทำให้ค่าขนส่งสินค้าแพงขึ้น เพราะเหล่าเรือสินค้าต้องเปลี่ยนไปอ้อมแหลมกู๊ดโฮปแทน เพิ่มระยะเวลาขนส่งจากเอเชียไปสู่ยุโรป และแถบเมดิเตอร์เรเนียนอีกกว่า 10 วัน โดยรวมแล้ว ต้นทุนขนส่งจะแพงขึ้นอีกราว 30-40%

นอกจากผลกระทบด้านการขนส่งที่เรือสินค้าต้องเปลี่ยนไปอ้อมแหลมกู๊ดโฮปที่มีระยะทางเพิ่มขึ้นมากกว่า 6,000 กิโลเมตรแล้ว ต้นทุนทั้งระยะทาง และเวลาที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว ยังทำให้ต้นทุนน้ำมันเพิ่มขึ้นด้วย โดยในวันที่ 20 ธ.ค.66 สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนม.ค. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาด NYMEX บวก 1.54 ดอลลาร์ หรือ 2.13% สู่ระดับ 74.01 ดอลลาร์/บาร์เรล มาจากแรงหนุนที่คาดการณ์ว่า อุปทานน้ำมันในตลาดโลกอาจได้รับผลกระทบจากกรณีกลุ่มฮูตีโจมตีเรือบรรทุกสินค้าในทะเลแดง

อ้างอิง: bbcbritannicabritannica(2)voanewsกรุงเทพธุรกิจmarketreutersindiachannelinvesting

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์